01/29/2023

Public Cloud กับความท้าทายขององค์กร

Cloud-Comput

Public Cloud กับความท้าทายขององค์กร

การเข้ามาของยุคคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) ได้นำความหวังใหม่มาสู่วงการไอที โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านประสิทธิภาพและความคุ้มทุน ดังจะเห็นได้จากการที่กลุ่มองค์ขนาดใหญ่นำระบบ Cloud Computing ไปใช้เพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง ทั้งนี้ Gartner ยังได้ระบุว่าการใช้จ่ายด้านระบบคลาวด์สาธารณะ หรือ Public Cloud ในแถบเอเชีย-แปซิฟิกจะสูงถึง 7,500 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2015 นี้ 

 

กล่าวได้ว่ากลุ่มผู้บริหารระดับสูงด้านไอทีในองค์กรขนาดใหญ่ในปัจจุบัน รวมถึงในวงการธนาคารและประกันภัย ต่างได้รับแรงกดดันอย่างมากจากกลุ่มผู้บริหารระดับสูงด้านการเงิน เมื่อเทียบกับสถานการณ์เมื่อ 1-2 ปีก่อน  ให้ทำการนำข้อมูลไปยังระบบ Public Cloud เพื่อประโยชน์สูงสุดในการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้อย่างที่ควรจะเป็น และเมื่อองค์กรจะเลือกใช้งานระบบคลาวด์สาธารณะ หรือ Public Cloud เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้น ควรจะต้องคำนึงถึงในด้านใดบ้าง

 

  1. ความท้าทายด้านแอพลิเคชั่น

            ปัญหาหนึ่งก็คือการแพร่หลายอย่างรวดเร็วของแอพลิเคชั่นในองค์กร ซึ่งแอพลิเคชั่นดังกล่าวถูกออกแบบมาให้สื่อสารกับระบบจัดเก็บข้อมูลในดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กรโดยใช้ CIFS และ NFS protocol ซึ่งไม่สามารถสื่อสารเข้ากับข้อมูลที่ถูกเก็บไว้กับผู้ให้บริการด้าน Public Cloud ได้ดี เพราะส่วนใหญ่สื่อสารผ่าน HTTP protocol ดังนั้นทางออกคือการเขียนแอพลิเคชั่นขึ้นใหม่ แต่นั่นเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ผู้บริหารระดับสูงด้านไอทีจะเลือกทำ เนื่องจากกังวลในเรื่องของความผิดพลาดของระบบ หรือแอพลิเคชั่นทำงานล้มเหลวโดยเฉพาะในแอพลิเคชั่นที่สำคัญๆ ซึ่งหากหยุดทำงานย่อมส่งผลให้การทำงานในองค์กรกลายเป็นอัมพาตไปด้วย

 

ขณะเดียวกันโซลูชั่นเทคโนโลยีบริหารจัดการเนื้อหา (content management solutions) ใหม่ๆที่ทันสมัยจะสามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในจุดนี้ได้ โดยทำตัวเหมือนเป็นล่ามสำหรับแพลิเคชั่นต่างๆ ช่วยในการแบ่งชั้นข้อมูล (Data Tiering) ในระบบ Public Cloud ให้ทำงานได้อย่างเต็มที่และเป็นไปตามนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อไปยังบริการคลาวด์สาธารณะ ทั้ง  Microsoft Windows® Azure, Amazon S3, Verizon Cloud , Google Cloud Platform รวมทั้ง ระบบบริการ cloud-based archiving ซึ่งเป็น คลาวด์สาธารณะของ ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ เอง (ซึ่งปัจจุบันบริการในสหรัฐอเมริกา) หรือ สามารถเชื่อมไปยังคลาวด์สาธารณะของผู้ให้บริการในประเทศไทย โดยไม่เปลี่ยนแปลงโค๊ด                        ในแอพลิเคชั่นนั้นๆ ทำให้แอพลิเคชั่นต่างๆ สามารถพร้อมใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างองค์กรและระบบคลาวด์สาธารณะ

 

            2.การคำนวณค่าใช้จ่าย

แม้ปัญหาด้านแอพลิเคชั่นจะสามารถแก้ไขได้ แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ในบางกรณี แม้การใช้ Public Cloud มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ก็สามารถสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาในอนาคต ซึ่งข้อมูลที่กลุ่มผู้บริหารระดับสูงด้านไอทีรู้ แต่กลุ่มผู้บริหารระดับสูงด้านการเงินและสายธุรกิจอาจคาดไม่ถึง คือการเก็บข้อมูลในระบบ Public Cloud อาจดูประหยัด แต่จริงๆแล้วการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวเพื่อนำมาใช้ยามจำเป็นจะกลายเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายสูงเป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น เมื่อต้องการดึงไฟล์ข้อมูลจำนวนมากออกมาเพื่อทำการวิเคราะห์ เป็นต้น

 

จากการที่ได้พูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงด้านการเงินของบริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ซึ่งปริมาณครึ่งหนึ่งของรายได้ธุรกิจนี้อยู่ในช่วงวันหยุดปลายปี (พฤศจิกายน – ธันวาคม) บริษัทจึงมีการใช้แอพลิเคชั่นบางตัวเพื่อการวิเคราะห์ในข้อมูลขนาดใหญ่ในช่วงเดือนมกราคมเพื่อจัดทำรายงานด้านการขาย ซึ่งทำให้บริษัทประสบปัญหาอย่างมากในการจัดเก็บข้อมูล และทำให้ต้องใช้งานกับทรัพยากรระบบคอมพิวเตอร์อย่างหนัก ดังนั้น บริษัทค้าปลีกดังกล่าวจึงตัดสินใจย้ายแอพลิเคชั่นดังกล่าวไปไว้บน Public Cloud จนถึงเดือนธันวาคมต่อมา ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายโดยประมาณอยู่ระหว่าง 90,000 – 95,000 เหรียญสหรัฐซึ่งก็เป็นที่น่าพอใจของบริษัทที่สามารถจะรับได้ แต่ในเดือนมกราคมถัดไปมีการเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายสูงถึง 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งต้นเหตุหลักของค่าใช้จ่ายมหาศาลดังกล่าวเกิดจากกลุ่มผู้ใช้งานในสายงานธุรกิจที่ไม่รู้ว่าข้อมูลต่างๆ ได้ไปอยู่บน Public Cloud แล้วทำให้เกิดการสั่งงานจำนวนมหาศาล และเสียเวลาอย่างมากในการอ่านข้อมูลจำนวนมาก จนทำให้ไปเพิ่มค่าใช้จ่ายในที่สุด

 

ข่าวดีคือกรณีนี้จะไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นกับหากมีการใช้ “โซลูชั่นบริหารจัดการเนื้อหาใหม่ๆที่ทันสมัย” มาตอบโจทย์ เพราะเทคโนโลยีจะสามารถรักษาข้อมูล meta data ไม่ว่าจะเป็นชื่อไฟล์ ผู้สร้างไฟล์ รวมถึงกำกับเวอร์ชั่นข้อมูลในการเปลี่ยนแปลงต่างๆ และแม้แต่ข้อมูลที่ถูกบริหารกำกับว่าไฟล์ ประเภทไหนเหมาะกับผู้ใช้เฉพาะคน ทำให้สามารถเข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและประหยัดกว่า โดยจัดการ ณ ที่ศูนย์ข้อมูลองค์กรก่อน ตัวอย่างเช่น การสอบบัญชีซึ่งต้องใช้ไฟล์จำนวนหลายพันไฟล์จากปีก่อนๆ เพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง ด้วยโซลูชั่นล่าสุดด้านเนื้อหาชนิดนี้ช่วยให้การเรียกดูข้อมูลสามารถทำได้ทันที ช่วยให้ทำงานได้เร็วกว่า และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเรียกดูข้อมูลจากระบบ Public Cloud อีกด้วย

 

  1. การบีบอัด

            แม้จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายจากการเรียกดูข้อมูลได้ แต่ผู้ให้บริการยังคิดค่าบริการตามจำนวน petabyte ซึ่งจะทำให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจได้ในยุค Big Data เช่นปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บข้อมูลสามารถสร้างความเจ็บปวดให้เป็น 2 เท่าเมื่อผู้ให้บริการระบบ Public Cloud ทำการบีบอัดข้อมูลที่ได้รับแล้วแต่ยังคิดค่าบริการลูกค้าตามจำนวนข้อมูลจริง เรื่องดังกล่าวจะไม่เป็นปัญหาสำหรับโซลูชั่นบริหารจัดการเนื้อหาใหม่ๆที่สามารถบีบอัดข้อมูลจากต้นทางก่อนนำไปเก็บไว้ในระบบ Public Cloud ในกรณีนี้ทำให้ผู้ใช้งานจ่ายเงินตามจำนวนข้อมูลที่ใช้ในพื้นที่ของผู้ให้บริการโดยไม่ต้องจ่ายเป็น 2 เท่าอย่างไม่จำเป็น

 

  1. 4. ความปลอดภัย

ความปลอดภัยมักเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลในการใช้งานระบบคลาวด์ลำดับต้นๆ  แม้ว่าผู้ให้บริการ Public Cloud ที่มีชื่อเสียงต่างๆทั่วโลกต่างนำเสนอความปลอดภัยโดยการใช้ระบบการเข้ารหัสข้อมูล หรือ Data Encryption แต่ก็ยังมีคำถามที่ว่า ระบบการเข้ารหัสข้อมูลมีความปลอดภัยเพียงใด เคยถูกเจาะข้อมูลมาก่อนแล้วหรือไม่ หรือมีการส่งข้อมูลให้องค์กรรักษาความปลอดภัยระดับชาติแล้วหรือยัง ซึ่งปัญหานี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ แต่มีทางออกที่ไม่ยาก เพียงแค่ใส่รหัสให้ข้อมูลก่อนที่จะออกจากดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กรเองก่อนเท่านั้น โซลูชั่นล่าสุดและทันสมัยที่สุดด้านการจัดการเนื้อหา เปิดโอกาสให้องค์กรสามารถทำเช่นนั้นได้ เพื่อช่วยให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของข้อมูลก่อนถึงเซิฟเวอร์ของผู้ให้บริการ Public Cloud และยังสามารถเข้ารหัสข้อมูลซ้ำอีกได้เมื่อข้อมูลเดินทางไปถึง ทำให้ปลอดภัยจากกการถูกเจาะและการปฏิบัติโดยไม่ชอบต่างๆ หรือจากใครก็ตามที่ต้องการลอบดูข้อมูล

 

  1. อิสระในการเลือก

แม้การย้ายข้อมูลไปยังระบบ Public Cloud ถือเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณมีเหตุผลที่ต้องการเปลี่ยนผู้ให้บริการ คำตอบคือ ความกังวลในเรื่องการขาดซึ่งมาตรฐานที่ชัดเจนสำหรับการฟอร์แมตข้อมูล และ API  ซึ่ง จะสร้างปัญหาในการเปลี่ยนผู้ให้บริการ ทำให้องค์กรรู้สึกว่าไม่มีทางเลือก แต่ที่จริงแล้ว นี่อาจจะเป็นเหตุผลเดียวที่สำคัญที่สุดที่องค์กรควรจะใช้โซลูชั่นด้านการจัดการเนื้อหาบนพื้นฐานของ”มาตรฐานระบบเปิด”ที่ทันสมัยที่สุด เพราะจะมีระบบการเข้าถึงข้อมูลแบบ multiprotocol ในตัวช่วยขจัดปัญหาด้านการรวม API จากการตั้งค่า outset จึงไร้ข้อกังวลในการรู้สึกว่าไม่มีทางเลือก

 

            “และแน่นอนว่า หนทางในการใช้งานระบบ Public Cloud จะยังอีกยาวไกล และองค์กรขนาดใหญ่จะพบกับความท้าทายใหม่อยู่เสมอ ซึ่งโซลูชั่นล่าสุดและทันสมัยที่สุดด้านการจัดการเนื้อหาอย่าง Hitachi Data Systems Content Platform (HCP) ซึ่งเป็นทั้ง Object Storage  และซอฟแวร์ ที่ชูความสามารถเป็น  Hybrid Storage Cloud Gateway เชื่อมต่อระหว่าง Private Cloud ขององค์กร และ Public Cloud จะเปิดโอกาสให้ผู้บริหารระดับสูงด้านไอทีสามารถสร้างความหวังใหม่ให้กับมุมมองเดิมๆ และสามารถใช้ประโยชน์จาก Public Cloud ได้เต็มที่

Leave a Reply