September 25, 2022

โปรเฟสชั่นนัล คอมพิวเตอร์ ปรับโครงสร้างพื้นฐานไอทีให้ทันสมัยด้วยนูทานิคซ์ มุ่งมั่นสู่เป้าหมายเป็นผู้ให้บริการโซลูชันไอทีชั้นนำของประเทศ

บริษัท โปรเฟสชั่นนัล คอมพิวเตอร์ จำกัด (PCC) วางใจใช้เทคโนโลยีของนูทานิคซ์เพิ่มประสิทธิภาพดาต้าเซ็นเตอร์ให้ทันสมัย ช่วยให้การบริหารจัดการและกระบวนการทำงานต่าง ๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงสามารถสร้างสรรค์บริการหลากหลายได้เร็วขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง

PCC เป็นหนึ่งในผู้วางระบบไอทีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ให้บริการลูกค้ามายาวนานกว่าสามทศวรรษ ช่วยองค์กรต่าง ๆ ปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัลด้วยบริการที่หลากหลาย ตั้งแต่การทำ proof of concepts การพัฒนาแอปพลิเคชัน และการทดสอบ production environment ให้แก่ลูกค้า ตลอดจนนำเสนอเทคโนโลยีของนูทานิคซ์รวมไว้ในโปรเจกต์ที่นำเสนอให้กับลูกค้ามากมาย เช่น บริษัท กรุงไทยคอมพิวเตอร์เซอร์วิสเซส จำกัด และกรมบัญชีกลาง

นายศักดิ์ณรงค์ แสงสง่าพงศ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปรเฟสชั่นนัล คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “PCC มีภารกิจในการให้บริการโซลูชันด้านไอทีที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า ด้วยการนำเสนอโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมและบริการคุณภาพสูงที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบุคลากร กระบวนการทำงาน และผลประกอบการของลูกค้า ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่ของเราเป็นองค์กรภาครัฐ ความมีเสถียรภาพของระบบ การปรับขนาดการทำงานได้อย่างรวดเร็ว ความปลอดภัย รวมถึงความง่ายและสะดวกในการใช้งาน และคุ้มค่าการลงทุน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาในเวลาที่เราสร้างสรรค์โซลูชัน หรือนำเสนอโครงการต่าง ๆ ให้กับลูกค้า นูทานิคซ์มีส่วนเข้ามาช่วยนำพาลูกค้าของเราให้ก้าวสู่ความเป็นองค์กรที่ล้ำสมัย สามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและทันท่วงที พร้อมประสบความสำเร็จอย่างงดงามตลอดเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่โลกดิจิทัลในอนาคต”

PCC ใช้โครงสร้างพื้นฐานไฮเปอร์คอนเวิร์จ (HCI) ของนูทานิคซ์ เป็นฐานรองรับให้แอปพลิเคชันเพื่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ลูกค้า รวมถึงแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ใช้ในการดำเนินงานของบริษัท นายศักดิ์ณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เมื่อเราเปลี่ยนมาใช้ HCI ของนูทานิคซ์เพื่อรวมศูนย์แอปพลิเคชันและการพัฒนาซอฟต์แวร์ ของบริษัท มาไว้บนแพลตฟอร์มเดียวที่บริหารจัดการได้จากที่เดียว ช่วยให้เราลดขั้นตอนในการจัดซื้อฮาร์ดแวร์ จากเดิมที่ต้องแยกซื้อมาเป็นการจัดซื้อแบบเดียวกันและใช้ร่วมกันได้ ทำให้การดูแลรักษาง่ายขึ้นมาก นอกจากนี้ โซลูชันของนูทานิคซ์ยังสามารถใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ได้อย่างราบรื่นต่อเนื่อง ช่วยให้บริษัทมีความคล่องตัวมากขึ้น”

นอกจากนี้ PCC ยังใช้ซอฟต์แวร์โซลูชันต่าง ๆ ของนูทานิคซ์อีกหลายรายการ เช่น Nutanix Prism ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ควบคุมระบบได้จากจุดเดียว ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการด้านไอที, Nutanix Kubernetes Engine เพื่อใช้พัฒนาคลาวด์-เนทีฟ แอปพลิเคชันต่าง ๆ, NCM Self-Service ซึ่งช่วยให้สามารถจัดเตรียมระบบต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น และวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของแอปพลิเคชันต่าง ๆ ก่อนที่จะนำแอปพลิเคชันเหล่านั้นไปใช้งานบนสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม รวมถึง Nutanix Flow ซึ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยของแอปพลิเคชันและเน็ตเวิร์กที่ใช้ในกระบวนการทำงานภายในของบริษัท นอกจากนี้ PCC กำลังพิจารณานำ Nutanix Files มาใช้ในเร็ว ๆ นี้

เทคโนโลยีของนูทานิคซ์ที่รวมศูนย์งานด้านไอทีมาไว้ที่เดียวกัน ช่วยให้ PCC ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ และลดเวลาในการพัฒนาแอปพลิเคชันลงจากเดิมใช้เวลาเป็นสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่วัน สามารถอัปโหลดขั้นตอนการทำงานและการพัฒนาต่าง ๆ ขึ้นไปยังระบบได้โดยแทบไม่มีดาวน์ไทม์ ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และสามารถเพิ่มโหนดได้ในเวลา 1-2 วันจากเดิมที่ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ นอกจากนี้ทีมพัฒนาแอปพลิเคชันของ PCC สามารถทดสอบหรือเรียกใช้ทรัพยากรได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง จากเดิมต้องใช้เวลา 2 ถึง 3 วัน

นายทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการประจำประเทศไทย นูทานิคซ์ กล่าวว่า “นูทานิคซ์ขอขอบคุณ PCC ที่ให้ความไว้วางใจใช้เทคโนโลยีของเรา นูทานิคซ์เชื่อมั่นว่าโซลูชันของเราตอบโจทย์องค์กรที่มองไกลไปในอนาคต และแสวงหาเครื่องมือในการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง นูทานิคซ์นำเสนอแพลตฟอร์มไฮบริด-มัลติคลาวด์ และชุดของโซลูชันครบวงจรที่ทรงประสิทธิภาพให้กับลูกค้า พร้อมความยืดหยุ่น ใช้งานง่าย ปรับขนาดได้ ทำงานโดยอัตโนมัติ มีความปลอดภัยสูง รองรับการทำงานกับเวิร์กโหลดทุกประเภท บนทุกสภาพแวดล้อม และทุกที่ทุกเวลา สอดรับกับรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดในปัจจุบัน เรายินดีที่ได้มีส่วนร่วมบนเส้นทางสู่ความสำเร็จของ PCC ในการช่วยให้ลูกค้าปราศจากความกังวลเรื่องโครงสร้างพื้นฐานไอที และสามารถเน้นความสำคัญกับแอปพลิเคชัน และการสร้างสรรค์บริการต่าง ๆ ที่เป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ”