02/08/2023

FortiGate-3600C

ฟอร์ติเน็ตผู้นำด้านความปลอดภัยเครือข่ายทรงประสิทธิภาพเปิดตัวไฟร์วอลล์เน็กซ์เจเนอเรชั่นใหม่ FortiGate-3600C เหมาะสำหรับองค์กรและผู้ให้บริการด้านความปลอดภัย (Managed Security Service Provider หรือ MSSP) ที่ต้องการประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด

FortiGate-3600C_Ft-top

ลักษณะเด่นของอุปกรณ์

อุปกรณ์ไฟร์วอลล์เน็กซ์เจเนอเรชั่น FortiGate-3600C ใหม่นี้สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้ดี เป็นอุปกรณ์ที่ควบรวมความสามารถในการรักษาความปลอดภัยหลากหลายรูปแบบไว้ในอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยแบบครบวางจรเพียงชอิ้นเดียว  ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการที่พัฒนาเพื่อการใช้งานด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ FortiOS 5.0 ใหม่ล่าสุดและถือว่าเป็นโอเอสที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในอุตสาหกรรมในปัจจุบัน   อุปกรณ์ FortiGate-3600C ได้รวมศักยภาพของไฟร์วอลล์เน็กซ์เจเนอเรชั่นที่มีความสามารถสูงขึ้น ดังนี้

ให้ความสามารถในการควบคุมเครือข่าย ผู้ใช้งานและนโยบายด้านอุปกรณ์ได้มากมาย

โดยทั่วไป องค์กรมักตั้งนโยบายของไฟร์วอลล์กำหนดสิทธิ์ควบคุมการเข้าออกจากข้อมูลพื้นฐานที่มี ได้แก่ แหล่งที่มา (Source) และที่จะไป (Destination) รวมทั้งเบอร์ของพอร์ตที่ทราฟฟิคเข้ามา แต่โอเอส FortiOS 5.0 ใหม่นี้มีศักยภาพมากขึ้น โดยสามารถระบุได้ถึงตัวผู้ใช้งาน (User) และแหล่งที่มา (Source) จึงทำให้อุปกรณ์สามารถระบุตัวผู้ใช้งานได้ถึงแม้จะใช้วิธีการตรวจสอบผู้เข้ามาใช้งาน (Authentication) ที่หลากหลายประเภทรวมทั้งที่เป็น ซิงเกิ้ลซายน์ออน  โดยใช้วิธีการ Agentless และ Agent-based manner ตรวจสอบอุปกรณ์ของผู้ใช้งานนั้น  จากข้อมูลที่ได้มานี้ จึงทำให้อุปกรณ์มีความชาญฉลาดสามารถช่วยสร้างนโยบายอิงกับพฤติกรรมของผู้ใช้งานได้

รวมการทำงานด้านความปลอดภัยครบถ้วนที่สุด พร้อมการตรวจสอบพฤติกรรมในระดับสูง  (Advanced behavior inspection) เพื่อการดักจับภัยคุกคามสมัยใหม่

ไฟร์วอลล์FortiGate-3600C ใหม่นี้สามารถทำงานโดยอุปกรณ์เดียว แต่ให้ฟังค์ชั่นงานที่ครบถ้วนเป็นทั้งด้านไฟร์วอลล์ ไอพีเอส แอปพลิเคชั่นคอนโทรลและวีพีเอ็น พร้อมการตรวจสอบพฤติกรรมในระดับสูง  (Advanced behavior inspection) และระบบ Cloud-based reputation system ที่สามารถดักจับภัยคุกคามสมัยใหม่ เช่น บอทเน็ทได้ด้วย

–  โพรเซสเซอร์ FortiASIC ให้ประสิทธิภาพสูง รองรับการทำงานในทุกสภาพแวดล้อม

ฟอร์ติเน็ตได้พัฒนาโพรเซสเซอร์ FortiASIC  เพื่อทำงานด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ  โดยโพรเซสเซอร์ที่เน้นการทำงานด้านคอนเท้นท์ (Content processor) จะสามารถตรวจคอนเท้นท์ที่เข้ามาหาไอพีเอสและแอนตี้มัลแวร์ในด้วยความเร็วสูง ในขณะที่โพรเซสเซอร์ที่เน้นการทำงานบนเครือข่าย (Network processor) จะสามารถงานด้านไฟร์วอลล์และวีพีเอ็น

ดังนั้น ด้วยประสิทธิภาพของโพรเซสเซอร์ FortiASIC  ที่ออกแบบมาให้ทำงานด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะนี้  ทำให้ FortiGate-3600C สามารถให้ความเร็วไฟร์วอลล์ได้สูงถึง  60Gbps จาก 28 million concurrent sessions per second  มีความเร็ว IPSec VPN ได้สูงถึง 17Gbps  ความเร็วไอพีเอสได้สูงถึง 14Gbps  นับว่ามีประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่าคู่แข่ง

อุปกรณ์ยังมาพร้อมกับความสามารถรองรับ 12x10GbE ports และ 2X GbE copper management ports เพื่อประสิทธิภาพและการบริหารจัดการของเครือข่ายได้ดีอีกด้วย

ตัวอย่างการใช้งานFortiGate-3600C

เนื่องจากอุปกรณ์ FortiGate-3600C ใหม่นี้เป็นไฟร์วอลล์ประเภทเน็กซ์เจเนอเรชั่นทรงประสิทธิภาพ มีคุณสมบัติมีค่าหน่วงช้าของไฟร์วอลล์ที่ต่ำมาก (Ultra-low latency) จึงเหมาะสำหรับเครือข่ายขององค์กรต่างๆ ดาต้าเซ็นเตอร์ สถาบันการศึกษาและเครือข่ายไร้สายประเภทต่างๆ  นอกจากนี้  ผู้ให้บริการประเภท MSSP และองค์กรที่มีเครือข่ายกระจายตัวกันสามารถใช้อุปกรณ์นี้เป็นอุปกรณ์จัดการภัยคุกคามแบบผสมผสาน (Unified threat management (UTM)  ได้โดยทำงานร่วมกับอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยอื่นๆ อาทิ  FortiManager และFortiAnalyzer เพื่อทำงานด้านสร้างนโยบายและรายงานที่สมบูรณ์

Leave a Reply