01/28/2023

Top Story

ผู้เชี่ยวชาญออกมาเผยขบวนการจารกรรมเงินคริปโตจากผู้ใช้ทั้งบนแอนดรอยด์และไอโฟน

Lukáš Štefanko นักวิจัยอาวุโสด้านมัลแวร์จาก ESET ได้ระบุในรายงานที่แชร์ให้กับสำนักข่าว The Hacker News ว่าพบขบวนการที่จ้องโจมตีผู้ใช้ชาวจีนผ่านแอพปลอมบนทั้งแอนดรอยด์และ iOS ที่เลียนแบบบริการวอลเล็ตดิจิตอลของจริง

(more…)

Avast เตรียมคุมกิจการผู้ให้บริการด้านตัวตน SecureKey

Avast ได้ประกาศว่า ตั้งใจจะซื้อบริษัทผู้ให้บริการด้านข้อมูลตัวตนและการยืนยันดิจิตอล SecureKey Technologies โดยยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลข ซึ่งผลิตภัณฑ์ของ SecureKey ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการบริการการเข้าถึงบริการออนไลน์ต่างๆ โดยคุมไม่ให้มีการเปิดเผยข้อมูลผู้ใช้มากกว่าที่จำเป็น

(more…)

แฮ็กเกอร์เจาะเครือข่ายธนาคารด้วยรูทคิตตัวใหม่ เพื่อขโมยเงินจากตู้เอทีเอ็ม

พบขบวนการโจมตีที่มีแรงจูงใจเป็นตัวเงิน ทำการติดตั้งรูทคิตที่ไม่เคยพบมาก่อนบนระบบ Oracle Solaris เพื่อเจาะเครือข่ายสวิตชิ่งของเครื่อง ATM แล้วสั่งถอนเงินสดอย่างไม่ถูกต้องจากธนาคารต่างๆ ด้วยบัตรปลอม

(more…)

Veeam ช่วยให้ KBank ประหยัดเวลาได้ 900 ชั่วโมง ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านไอทีกว่า 70,000 ดอลลาร์

Veeam® Software ผู้นำด้านโซลูชันการสำรองข้อมูล การกู้คืน และการจัดการข้อมูลที่มีระบบปกป้องข้อมูลที่ทันสมัย ขอประกาศว่าปัจจุบันธนาคารกสิกรไทย (KBank) ซึ่งมีรายชื่ออยู่ใน Forbes Global 2000และเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดและประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ได้แทนที่โซลูชันการสำรองข้อมูลแบบเดิมด้วย Veeam Availability Suite™ Veeam ดำเนินการปกป้องข้อมูลที่บริษัทเทคโนโลยีในเครือของธนาคาร กล่าวคือ กลุ่มเทคโนโลยีทางธุรกิจกสิกรไทย (KBTG) เพื่อสร้างธนาคารดิจิทัลแห่งอนาคตสำหรับลูกค้ากว่า 16.5 ล้านคน Veeam ยังรองรับข้อบังคับการปฏิบัติตามข้อกำหนดความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย และช่วย KBank ประหยัดเวลาในงานธุรการ 900 ชั่วโมงในแต่ละเดือน และค่าใช้จ่ายด้านไอที 70,000 ดอลลาร์ในแต่ละปี
(more…)

พบบั๊กบนแอปฯ ของ Western Digital ทั้งบนวินโดวส์และเครื่องแมค

แอปฯ ที่ชื่อ EdgeRover ของ Western Digital ทั้งบนวินโดวส์และแมคต่างมีช่องโหว่ที่เปิดให้ยกระดับสิทธิ์ผู้ใช้งานปัจจุบันได้ รวมทั้งบั๊กนี้อาจทำให้แฮ็กเกอร์หลบการโดนแซนด์บ็อกซ์ หรืออาจทำให้ข้อมูลลับหลุดรั่ว หรืออาจโดนโจมตีแบบ Denial of Service (DoS) ได้

(more…)

ไมโครซอฟท์แจ้งเตือนว่าจะหยุดบริการ Internet Explorer จริงๆ มิถุนายนนี้

เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ไมโครซอฟท์ได้แจ้งเตือนลูกค้าวินโดวส์อีกครั้งว่าจะปลดระวางเว็บบราวเซอร์ Internet Explorer 11 จากวินโดวส์ 10 เวอร์ชั่นที่จะอัปเดตในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ โดยจะแทนด้วยบราวเซอร์ใหม่ที่พัฒนาจาก Chromium อย่าง Microsoft Edge แทน

(more…)

ระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์กลายเป็นวาระสำคัญในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทขององค์กรในอาเซียน อันเป็นผลจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเพราะสถานการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่

พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ (NASDAQ: PANW) ผู้นำระดับโลกด้านระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ เปิดเผยงานวิจัยฉบับใหม่ที่พบว่า คณะกรรมการบริษัทของเหล่าผู้นำธุรกิจในอาเซียนให้ความสำคัญกับปัญหาด้านระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์อันเป็นผลสืบเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสถานการณ์โควิด-19 โดยงานศึกษาวิจัยเรื่อง “สถานการณ์ระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ในอาเซียน” ได้สำรวจแนวทางการรับมือต่อความท้าทายด้านระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ในปี 2564 รวมทั้งมุมมองในอนาคตของปัญหานี้ และได้รับคำตอบจากตัวแทนภาคธุรกิจกว่า 500 คน ในประเทศสิงค์โปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย
(more…)

เอ็นทีที จับมือ ซิสโก้ พลิกโฉมการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง ให้กับโรงพยาบาลศิริราชในประเทศไทย

 บริษัท เอ็นทีที จำกัด (NTT Ltd.) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ร่วมมือกับ ซิสโก้ เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในการใช้ระบบการแพทย์ทางไกลเพื่อให้สามารถรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้ชื่อว่า “Siriraj Mobile Stroke Unit” ซึ่งเป็นหน่วยรถพยาบาลพิเศษที่สามารถเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินในรถพยาบาลกับผู้เชี่ยวชาญที่อยู่โรงพยาบาล ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยได้ทันท่วงทีในระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปโรงพยาบาล
(more…)

ตรวจวัดระดับน้ำ-สถานการณ์น้ำเรียลไทม์ด้วยแอพ SWOC WL จากกรมชลประทาน

กรมชลประทานก้าวสู่ยุค 4.0 มุ่งสู่องค์กรอัจฉริยะ เปิดตัว ไม้บรรทัดวัดระดับน้ำ “แอปพลิเคชั่น SWOC WL” บนโทรศัพท์มือถือ สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนตรวจวัดระดับน้ำได้ด้วยตนเองแบบเรียลไทม์

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า แอปพลิเคชั่น SWOC WL เป็นแอปพลิเคชั่นตรวจวัดระดับน้ำ ที่กรมชลประทานได้พัฒนาขึ้นมาให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่จะมุ่งขับเคลื่อนประเทศสู่ Thailand 4.0 และเป็นไปตามแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมชลประทานภายใต้กรอบแนวคิด RID No.1 ซึ่งได้ตั้งเป้าที่จะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำและพัฒนาระบบการทำงาน เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรอัจฉริยะให้ได้ภายในปี 2579 ตลอดจนยังเป็นการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทานอีกด้วย

สำหรับแอปพลิเคชั่น SWOC WL ดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดเปิดใช้งานได้บนโทรศัพท์มือถือ ทั้งระบบปฏิบัติการ Android และระบบปฏิบัติการ iOS ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถตรวจวัดระดับน้ำได้ด้วยตนเอง ด้วยการแสกน AR MARKER แล้ววัดระดับน้ำในบริเวณที่สนใจ ระบบจะประมวลผลและส่งผลการประเมินพร้อมข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญ เช่น สถานการณ์น้ำในปัจจุบัน แนวโน้มของระดับน้ำในลำน้ำ กลับไปให้ผู้ใช้งานแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และเชื่อถือได้

โดยกรมชลประทานมีแผนต่อยอดจุดบริการ SWOC WL ทั้งสิ้น 935 จุด ให้ครอบคลุมลำน้ำต่างๆ ทั่วทั้งประเทศ ภายในระยะเวลา 3 – 5 ปี ซึ่งในปีนี้เป็นปีนำร่อง เริ่มติดตั้งจุดบริการ 3 แห่ง คือ บริเวณท่าเรือวังหลัง (ศิริราช) (กรุงเทพฯ) ท่าเรือนนทบุรี (จ.นนทบุรี) และตลาดน้ำอยุธยา (วัดท่าการ้อง จ.อยุธยา) ในปีงบประมาณ 2562 จะดำเนินการติดตั้งจุดบริการเพิ่มเติมอีก 150 จุด กระจายตามลำน้ำสำคัญทั่วประเทศ ในปีงบประมาณ 2563 ติดตั้งจุดบริการเพิ่มเติมอีก 300 จุด และในปีงบประมาณ 2564 ติดตั้งจุดบริการเพิ่มเติมอีก 482 จุด รวมเป็น 935 จุด ครอบคลุมลำน้ำต่างๆ ทั่วทั้งประเทศ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้กรมชลประทานได้รับข้อมูลสถานการณ์น้ำ ณ เวลาจริง และประชาชนทั่วประเทศก็สามารถตรวจวัดระดับน้ำ ณ จุดต่างๆ ของลำน้ำที่ตนเองสนใจได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งได้รับข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ของลำน้ำนั้นๆ จากศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) เพิ่มเติมด้วย ในปีแรกนี้ ประชาชนจะสามารถตรวจวัดระดับน้ำ และทราบสถานะของระดับน้ำในลำน้ำว่าอยู่ที่สถานะไหน ปกติ เฝ้าระวัง หรือเตือนภัย เท่านั้น แต่นับเป็นก้าวแรกในการพัฒนาแอปพลิเคชั่นที่ให้ประชาชนสามารถตรวจวัดระดับน้ำ และติดตามสถานการณ์น้ำได้ด้วยตนเอง ซึ่งในปีที่ 2 – 4 SWOC WL จะถูกพัฒนาเพิ่มเติมให้สามารถประมวลผล และรายงานแนวโน้มของสถานการณ์น้ำในลำน้ำที่ตรวจวัดให้ผู้ใช้แอปพลิเคชั่นทราบ รวมถึงสามารถติดตามสถานการณ์น้ำของลำน้ำต่างๆ ทั่วประเทศได้อีกด้วย ซึ่งระบบ SWOC WL คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี พ.ศ. 2564

 

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน SWOC จะเป็นศูนย์บัญชาการในการประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ การติดตาม พยากรณ์สถานการณ์น้ำ การจัดสรรน้ำ การเฝ้าระวังเพื่อการเตือนภัยจากน้ำ โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาจัดการกับข้อมูลให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ปัจจุบัน รวมถึงการนำข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเชื่อมโยงและจัดทำเป็นฐานข้อมูลกลาง สะดวกต่อการใช้งาน สามารถนำมาติดตาม วิเคราะห์ และพยากรณ์สถานการณ์น้ำ ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว น่าเชื่อถือ ทันเหตุการณ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการบริหารจัดการน้ำสำหรับการเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย และทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 

นอกจากนี้ ดร.ทองเปลวยังกล่าวถึงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีว่า ได้กำหนดเป้าหมายให้ประชาชนมีความสุข ความปลอดภัย ความก้าวหน้า และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบกับ วิสัยทัศน์เชิงนโยบาย Thailand 4.0 โดยการปรับเปลี่ยนให้ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน “สานพลังประชารัฐ” ส่งเสริมโครงสร้างด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมที่มีคุณภาพ

“ที่ผ่านมาการดำเนินงานของกรมชลประทาน นอกจากจะสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีแล้ว ยังสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 แผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ 20 ปี ตลอดจนสอดคล้องกับนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลอีกด้วย” ดร.ทองเปลว กล่าวในตอนท้าย

 

ทางด้าน นายภาสกร เงินเจริญกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขายภาครัฐ บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้วางระบบแอปพลิเคชั่น SWOC WL ให้กับกรมชลประทาน ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นทีมีประโยชน์กับประชาชนบริเวณพื้นที่ชายฝั่งแม่น้ำและพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่จะได้รับรู้สถานการ์ณน้ำ ณ.ขณะนั้น ซึ่งแอปพลิเคชั่น SWOC WL เป็นเหมือนไม้บรรทัด ดิจิทัลวัดระดับน้ำในแม่น้ำ ซึ่งรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android  โดยสามารถทําการค้นหาและติดตั้งแอปพลิเคชั่น SWOC WL ได้จาก App Store สำหรับ iOS และ Google Play Store สำหรับ Android เมื่อเปิดแอปพลิเคชั่น SWOC WL และสแกน AR MARKER ตามจุดที่มีการติดตั้งไว้ ไม้บบรทัด ดิจิทัลวัดระดับน้ำ ก็จะปรากฎขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้แอปพลิเคชั่นทำการวัดระดับน้ำในแม่น้ำ เพื่อตรวจสอบระดับน้ำในขณะนั้น โดยจะเทียบระดับน้ำปัจจุบัน กับ ระดับน้ำเตือนภัย และระดับน้ำวิกฤต ทำให้ผู้ใช้แอปพลิเคชั่นทราบว่าระดับน้ำ ณ ขณะนั้นอยู่ในเกณฑ์เช่นใด โดยลักษณะข้อมูลจะเป็นแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทุกครั้งที่มีการสแกน AR MARKER  ข้อมูลจะถูกส่งมายังกรมชลประทาน ทำให้กรมชลประทานสามารถทราบข้อมูลที่เป็นจริงเพื่อเตรียมพร้อมในการดูแลความปลอดภัย