December 2, 2022

News

ยกระดับมาตรฐานความเร็ว อินเทอร์เน็ตแบ็คโบน 100 กิกะบิต

005_Cisco-True Internet

ทรู อินเทอร์เน็ต ร่วมกับซิสโก้ ประเทศไทย เพิ่มศักยภาพการใช้งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ตคุณภาพสูง ติดตั้งระบบสวิตซ์ Cisco Nexus 7000 มาตรฐานระดับโลกจากซิสโก้ ซึ่งได้รับการออกแบบโดยเฉพาะ ด้วยการยกระดับอินเทอร์เน็ตแบ็คโบนเป็น 100 กิกะบิตต่อวินาทีรายแรกในเอเชียด้วย Cisco Nexus 7000 ตอกย้ำความเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่องทั้งด้านประสิทธิภาพและเสถียรภาพการให้บริการของทรู อินเทอร์เน็ต สนองความต้องการใช้งานลูกค้ากลุ่มทรูให้สามารถใช้งานเครือข่ายได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพสูงสุด

การอัพเกรดอินเทอร์เน็ตแบ็คโบนในครั้งนี้นับเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีในด้านเทคโนโลยี ระหว่างซิสโก้และทรู ที่มุ่งมั่นที่พัฒนาและปรับปรุงศักยภาพโครงข่ายการให้บริการสื่อสาร ความพร้อมใช้งานของเครือข่ายแบ็คโบนเพื่อรองรับการใช้งานขององค์กรธุรกิจที่มีการใช้งานเพิ่มมากขึ้นทุกๆปี

นายวสุ คุณวาสี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันการใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งการให้บริการด้านเครือข่ายข้อมูลหรือ Data Network Service นับเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะเพิ่มประสิทธิภาพบริการให้ดียิ่งๆขึ้น บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด ในฐานะผู้นำด้านการให้บริการอินเทอร์เน็ตครบวงจร ได้พัฒนาการให้บริการด้านเครือข่ายข้อมูลมาอย่างต่อเนื่องล่าสุด เป็นรายแรกในเอเชียที่ได้อัพเกรดอินเทอร์เน็ตแบ็คโบนเป็น 100 กิกะบิตต่อวินาทีด้วย Cisco Nexus 7000 ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่ในปัจจุบันให้สามารถรองรับแนวโน้มการใช้งานของลูกค้าที่มีเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในอนาคต ให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพและมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ Cisco Nexus 7000 ทำหน้าที่เป็นคอร์เน็ตเวิร์คของแพลตฟอร์มสวิตซ์ที่ผนวกความสามารถทางด้าน          อีเทอร์เน็ต, ไอพี และสตอเรจ ไว้บนเครือข่ายเดียวกันอย่างครบวงจร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ Cisco Unified Service Delivery ช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ที่ปัจจุบันมีความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการติดตั้ง Cisco Nexus 7000  แพลตฟอร์มแบบโมดูลาร์ที่สามารถปรับขนาดได้ครั้งนี้ จะ ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถส่งข้อมูลหรือวิดีโอจากดาต้าเซ็นเตอร์อย่างปลอดภัย และมีคุณภาพสูงสุด ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ผสานความสามารถด้านอีเทอร์เน็ตและสตอเรจไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์ทุกเครื่องสามารถเข้าถึงทรัพยากรเครือข่าย (Network Resources) และสตอเรจทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”

ดร. ธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า “ปัจจุบันเน็ตเวิร์คเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจ การเกิดขึ้นของ ‘Internet of Everything’ ความต้องการด้านวิดีโอ คลาวด์ และการบริการด้านโมบายล์กำลังผลักดันให้องค์กรธุรกิจต่างๆสร้างอำนาจในการเชื่อมต่อ (Power of Connections) และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆจากการเชื่อมต่อ รวมถึงทำให้ผู้บริการอินเทอร์เน็ตจะมีการแข่งขันที่สูงมากในการให้บริการเครือข่ายข้อมูล (Data Network Service) ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแก่ลูกค้า      ทรู อินเทอร์เน็ตได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในฐานะผู้นำการให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบครบวงจรโดยมุ่งมั่นพัฒนา และนำเสนอการบริการอินเทอร์เน็ตคุณภาพสูงให้แก่ลูกค้ามาโดยตลอด ซิสโก้มีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาอัพเกรดอินเทอร์เน็ตแบ็คโบนเป็น 100 กิกะบิตครั้งนี้ด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของซิสโก้และมั่นใจว่าทรู อินเทอร์เน็ตจะลดค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน ให้การบริการเวอช่วลที่ปลอดภัย และมีความพร้อมในการใช้งานของเครือข่ายได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด”

เอ็นฟอร์ซฯ ยกทัพโซลูชั่นไอที ซีเคียวริตี้ โชว์งาน “CDIC 2013”

นายนักรบ เนียมนามธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียวริตี้ ซิสเต็มส์ เอพี จำกัด  (ที่ 3 จากซ้าย)  นำทีมผู้บริหารบริษัท เอ็นฟอร์ซฯ  เข้าร่วมงาน “Cyber Defense Initiative Conference 2013”  หรือ CDIC 2013

ภายในงานบริษัทฯ  ได้ยกทัพโซลูชั่นชั้นนำทางด้านซีเคียวริตี้ เข้าร่วมโชว์ประสิทธิภาพ อาทิ    Blue Coat  โซลูชั่นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีการจัดการด้าน Web Security Gateway บน Cloud Network, FireMon  โซลูชั่นผู้นำด้านการตรวจสอบและบริหารจัดการ Firewall Policy, Gigamon โซลูชั่นในการติดตามข้อมูลปริมาณการใช้งาน, Palo Alto Networks

โซลูชั่นผู้นำธุรกิจด้านระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับเครือข่าย กับ ไฟร์วอลล์ยุคใหม่ Next Gen Firewall และ Trend Micro โซลูชั่นผู้นำด้าน Security Gateway และ Endpoint Security สำหรับองค์กร  ตลอดจนโซลูชั่นอื่นๆอีกมากมาย

CDIC_1

จากภาพซ้ายไปขวา: นางสาวพสิกา รัตนพงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์และประชาสัมพันธ์องค์กร นายภาสกร คชพันธุ์สุนทร ผู้จัดการด้านเทคนิค นายนักรบ เนียมนามธรรม กรรมการผู้จัดการ และนายธนะวณิชย์ จิรอัศวกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย

เทรนด์ไมโคร เตือนภัย ‘ฟิชชิ่งมือถือ’

เทรนด์ไมโคร เตือนภัย ฟิชชิ่งมือถือพร้อมโจมตีอุปกรณ์พกพาที่หลากหลาย

Trend Micro

บริษัท เทรนด์ไมโคร อินคอร์ปอเรท (TYO: 4704; TSE: 4704) ผู้นำระดับโลกด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูลดิจิทัลสำหรับผู้บริโภค เปิดเผยรายงานล่าสุดจากศูนย์วิจัยเทรนด์แล็บส์เกี่ยวกับฟิชชิ่งมือถือ โดยจากการสังเกตพฤติกรรมของไซต์ฟิชชิ่งในช่วงปี 2555 พบว่ามี URL ฟิชชิ่งมากกว่า 4,000 รายการที่ถูกออกแบบมาในรูปของเว็บมือถือโดยเฉพาะ ซึ่งหมายความว่าอุปกรณ์มือถือ รวมถึงสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต กำลังตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีแบบฟิชชิ่งอย่างชัดเจน

จากการวิจัยล่าสุดพบว่า 4 ใน 5 ของผู้ใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกาสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านทางสมาร์ทโฟน และ 52% ของผู้ใช้เรียกดูเว็บไซต์ผ่านทางอุปกรณ์พกพาต่างๆ ขณะที่ 39% เข้าเยี่ยมชมไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์หรือบล็อกเป็นประจำ

นายพอล โอลิเวอเรีย นักวิจัยเทรนด์แล็บส์ กล่าวว่า “ผู้ใช้กำลังค่อยๆ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์มือถือของตน เนื่องจากความสะดวกสบายและความมีประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต  ขณะเดียวกัน อาชญากรไซเบอร์ก็กำลังใช้ประโยชน์จากแนวโน้มของผู้บริโภคดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ฟิชชิ่ง ซึ่งเป็นไซต์หลอกลวงที่มีลักษณะเหมือนกับเว็บไซต์ปกติทั่วไป เพื่อล่อลวงให้ผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และรายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีต่างๆ

นอกจากนี้ บริษัทเทรนด์ไมโครยังพบว่าในปี 2555 URL ฟิชชิ่งมือถือในสัดส่วนถึง 75% เป็น              เว็บไซต์ลวงที่ปลอมแปลงมาจากเว็บไซต์ผู้ให้บริการทางการเงินและการธนาคารที่มีชื่อเสียง เช่น Barclays ขณะที่เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซและเว็บไซต์ชอปปิ้งออนไลน์ ซึ่งรวมถึงผู้ให้บริการชั้นนำ อย่าง PayPal และ eBay ก็มีจำนวนถึง 4% และเมื่อผู้ใช้ถูกลวงให้เปิดเผยข้อมูลประจำตัวในการล็อกอินเข้าสู่เว็บไซต์เหล่านั้น อาชญากรไซเบอร์ก็จะสามารถใช้ข้อมูลที่ขโมยมาดังกล่าวดำเนินธุรกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตและสั่งซื้อสินค้าต่างๆ ผ่านทางบัญชีของเหยื่อได้

นายพอลกล่าวเพิ่มเติมว่า “แนวโน้มของการเปิดฉากโจมตีแบบฟิชชิ่งที่เพิ่มสูงขึ้นบนโทรศัพท์มือถือ เป็นผลมาจากข้อจำกัดบางอย่างของตัวแพลตฟอร์มมือถือเอง  โดยหน้าจอที่มีขนาดเล็กของอุปกรณ์ มือถือส่วนใหญ่ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบเว็บไซต์เพื่อค้นหาองค์ประกอบของความปลอดภัยด้านการป้องกันฟิชชิ่งได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ อุปกรณ์มือถือส่วนใหญ่มักจะใช้เบราว์เซอร์แบบที่มีการตั้งค่าล่วงหน้าไว้ให้แล้ว (ดีฟอลต์) ดังนั้นจึงทำให้เป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้นสำหรับอาชญากรไซเบอร์ที่จะสร้างรูปแบบการโจมตีที่ตนต้องการด้วยการมุ่งเน้นไปที่เบราว์เซอร์ใดเบราวเซอร์หนึ่งแทนที่จะเป็นหลายเบราว์เซอร์”

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แนวโน้มของฟิชชิ่งมือถือเพิ่มจำนวนขึ้น ก็คือการรับรู้ของผู้ใช้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้ใช้อุปกรณ์มือถือจะต้องเข้าใจว่าสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์มือถืออื่นๆ มีขีดความสามารถเหมือนกับเครื่องเดสก์ทอปและจำเป็นที่จะต้องได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกัน อุปกรณ์เหล่านี้ควรจะถูกใช้งานอย่างระมัด ระวังและปลอดภัย มิฉะนั้นผู้ใช้อุปกรณ์มือถือก็อาจจะต้องพบกับภัยคุกคามในแบบเดียวกับที่ผู้ใช้พีซีประสบมาแล้ว

บริษัท เทรนด์ไมโคร มีแนวทางการป้องกันภัยคุกคามที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถปกป้องตัวเองได้

– เลือกใช้เฉพาะแอพพลิเคชั่นที่เป็นทางการเท่านั้น โดยสามารถค้นหาแอพพลิเคชั่นที่เป็นทางการของเว็บไซต์ชอปปิ้งหรือธนาคารออนไลน์ได้บนเว็บไซต์ทางการของผู้ให้บริการนั้นๆ แล้วจึงทำการ ดาวน์โหลด สิ่งนี้จะช่วยให้การลวงเอาข้อมูลของคุณจากอาชญากรไซเบอร์เป็นเรื่องยากขึ้น

– หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์หรือเปิดสิ่งที่แนบมาในอีเมลจากผู้ส่งที่น่าสงสัย โดยลิงก์และไฟล์ที่แนบมานั้นอาจเป็นอันตรายได้

– ตรวจสอบเว็บเพจและ URL ของเว็บเพจให้แน่ใจ โดยจะต้องมีอีเมลยืนยันที่ขอให้ผู้ใช้ทำการยืนยันอีเมลที่ได้รับ แต่ก็มักจะเป็นรูปแบบที่อีเมลฟิชชิ่งใช้เช่นกัน

– แตะแถบที่อยู่ของเบราเซอร์เพื่อให้แสดงที่อยู่เว็บไซต์แบบเต็ม จากนั้นตรวจดูข้อผิดพลาดในการพิมพ์หรืออักขระที่อาจถูกเพิ่มเข้ามาในที่อยู่เว็บไซต์นั้นๆ

– บุ๊คมาร์กเว็บไซต์ที่เข้าเยี่ยมชมเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการถูกนำไปยังเว็บไซต์ฟิชชิ่งอันเนื่องมาจากการข้อผิดพลาดในการสะกดชื่อเว็บผิด

– ใช้โซลูชั่นรักษาความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์มือถือ โดยโซลูชั่นเทรนด์ไมโคร โมบาย ซิเคียวริตี้ (Trend Micro™ Mobile Security) จะช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์มือถือและข้อมูลในอุปกรณ์ดังกล่าว ด้วยการระบุและสกัดกั้นภัยคุกคามแบบฟิชชิ่ง รวมถึงภัยคุกตามบนเว็บอื่นๆ เช่น  URL และแอพพลิเคชั่นที่มีความเสี่ยงสูงหรือเป็นอันตราย

เอชพีเผยโฉม “HP ENVY x2”

HP ENVY x2_05

เอชพีเปิดตัวผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์โน้ตบุ๊คไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด โดดเด่นด้วยระบบหน้าจอสัมผัสแบบมัลติทัช สามารถรองรับการใช้งานแบบโน้ตบุ๊คและ    แท็บเล็ตในเครื่องเดียวได้อย่างลงตัว เพิ่มอิสระในการเข้าถึงข้อมูลแก่ผู้บริโภคตามความต้องการอย่างมีสไตล์

ผลิตภัณฑ์ HP ENVY x2 (เอชพี เอนวี่ เอ็กซ์2) รุ่นใหม่มาพร้อมประสิทธิภาพสูงสุดและ  ความบางเบาที่รวมโน้ตบุ๊คและแท็บเล็ตเข้าด้วยกัน ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้หน้าจอสามารถแยกออกจากคีย์บอร์ดเพื่อใช้เป็นแท็บเล็ตได้ เสริมสร้างประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับในเครื่องเดียว ขจัดความยุ่งยากในการเลือกซื้อระหว่างผลิตภัณฑ์ที่ใช้เพื่อการทำงาน หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้เพื่อความบันเทิง โดยผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อโน้ตบุ๊ค HP ENVY x2 เพียงเครื่องเดียวก็ใช้งานข้างต้นได้อย่างเปี่ยมประสิทธิภาพ

นายกวิน อิสระชัยพิสิฐ  ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาด ผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์โน้ตบุ๊ค กลุ่มธุรกิจการพิมพ์และคอมพิวเตอร์ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ผู้บริโภคต้องการผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างไฟล์งานที่มีทั้งภาพและเสียง ไปจนถึงนั่งดูหนังเรื่องโปรดยามว่าง ซึ่ง HP ENVY x2 เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานนี้ได้อย่างลงตัว อีกทั้งระบบหน้าจอสัมผัสแบบ      มัลติทัชยังช่วยให้ประสบการณ์การใช้งานระบบปฏิบัติการ Microsoft® Windows 8 (ไมโครซอฟท์ วินโดวส์ 8) ของผู้บริโภคสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น”

HP ENVY x2 – ยอดเยี่ยมทุกที่ ทุกเวลา

ผลิตภัณฑ์ HP ENVY x2 ให้อิสระในการใช้งานแก่ผู้บริโภค พร้อมส่งมอบประสิทธิภาพเหนือระดับ โดดเด่นสะดุดตาด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัย บางเบา ตัวเครื่องผลิตจากอลูมิเนียมสำเร็จที่ให้ความบางเฉียบ และนวัตกรรมสลักแม่เหล็กที่ทำให้การเชื่อมต่อกับหน้าจอแท็บเล็ตเป็นไปอย่างสะดวกง่ายดาย ตัวเครื่องมีน้ำหนัก 1.41 กก.(1) โดยหน้าจอแท็บเล็ตอย่างเดียวมีน้ำหนักเพียง 0.71 กก.เท่านั้น

ผู้ใช้งานสามารถใช้งานระบบสัมผัสบนหน้าจอแสดงผลของผลิตภัณฑ์ HP ENVY x2 ระดับ   ไฮเดฟินิชั่นขนาด 11.6 นิ้วได้โดยตรง(2) ผ่านระบบอินเทอร์เฟสแบบสัมผัสของวินโดวส์ 8 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และด้วยหน้าจอแบบ IPS (In-Plane Switching) ที่ให้มุมมองกว้างกว่าจอแบบปกติ พร้อมความสว่าง 400 นิต ให้ประสบการณ์การรับชมภาพสว่างสีสันคมชัดทั้งในและนอกสถานที่ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับกล้องเว็บแคมด้านหน้าระดับไฮเดฟินิชั่น และกล้องด้านหลังขนาด 8 เมกกาพิกเซล ให้คุณภาพไฟล์รูปภาพ และวิดีโอคมชัดสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

ผลิตภัณฑ์ HP ENVY x2 ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Beats AudioTMให้คุณภาพเสียงดีเยี่ยม     ให้ความเพลิดเพลินในการฟังเพลงอย่างเต็มอรรถรสจากเครื่องโน้ตบุ๊ค

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ HP ENVY x2 ยังมาพร้อมหน่วยความจำแบบโซลิดสเตทที่ถูกออกแบบมาให้ระบบมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น และช่วยให้เปิดเครื่องใช้งานได้รวดเร็วขึ้น อีกทั้งยัง       อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) ที่จะเข้ามาช่วยให้การแชร์ไฟล์ข้อมูล รูปภาพ คอนแท็ค รวมไปถึง URL ต่างๆ ของผู้ใช้เป็นไปอย่างราบรื่นไม่ติดขัดด้วยสัมผัสเดียว

ราคาและการจัดจำหน่าย

ผลิตภัณฑ์ HP ENVY x2 วางจำหน่ายแล้วที่ตัวแทนจำหน่ายเอชพีทั่วประเทศ ราคาเริ่มต้นที่ 29,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

 

เลอโนโวจัดเต็ม

JADE3484

เลอโนโวนำคุณสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับที่สุดของสมดุลยภาพแห่งสีสันสดใสและความแรงของโน๊ตบุ๊ค IdeaPad Y400 และ IdeaPad Y500 ที่มาพร้อมนวัตกรรมไม่ซ้ำใครกับฟีเจอร์ให้คุณเพิ่มการ์ดจอตัวที่ 2 ใด้เร็ว แรง สมใจ กว่าเดิมถึง 1.7 เท่า เปิดโหมดอรรถรสความบันเทิงให้แก่ผู้ใช้งานได้เต็มพิกัด นอกจากนี้ IdeaPad Z400 และ IdeaPad Z500 ยังมาพร้อมโฉมใหม่ บางขึ้นถึง 25% ให้คุณเพิ่มความสะดวกในการพกพา พร้อมสีสันสดใส เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่รักแฟชั่นและความทันสมัย เพลินเพลิดกับชีวิตออนไลน์

นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “เลอโนโวสร้างสรรค์โน๊ตบุ๊คตระกูล Idea ให้มีดีไซน์ตอบโจทย์การใช้งานสะดวก รูปแบบที่ใช้งานง่าย มอบสมดุลสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ใช้งานและสมรรถนะในการใช้งานได้อย่างลงตัว โดยจากอัตราการเติบโตของตลาดคอมพิวเตอร์เกมที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในวันนี้ เลอโนโวจึงเปิดตัว IdeaPad Y400 และ IdeaPad Y500 เพื่อตอบสนองความต้องการของคอเกมให้อารมณ์ไม่มีสะดุด กับฟีเจอร์เพิ่มการ์ดจอตัวที่ 2 ในช่องใส่ DVD ได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่ IdeaPad Z400 และ IdeaPad Z500 เน้นดีไซน์ที่เบาบางและสีสันโดดเด่น ตอบโจทย์สำหรับผู้ชื่นชอบแฟชั่น ที่ให้โน๊ตบุ้คเปรียบเสมือนเครื่องประดับชิ้นเอก เสริมภาพลักษณ์ให้เจ้าของดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น”

เต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพการทำงานด้านมัลติมีเดีย

โน๊ตบุ๊ค IdeaPad Y400 เละ IdeaPad Y500 มาพร้อมฟีเจอร์เด่น Ultabay ที่ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนสลับอุปกรณ์ Bay ให้เพิ่ม ความจุฮาร์ดดิสก์, ช่องใส่ DVD, หรือ กราฟฟิกการ์ดตัวที่ 2 ตามสไตส์ที่ต้องการ เสริมศักยภาพให้คุณอัพเกรดการใช้งานได้ตรงใจ ประมวลผลฉับไว ไม่มีสะดุด ไม่ว่าจะเป็นด้านมัลติมีเดีย อาทิ แต่งรูป ตัดต่อวิดีโอ เล่นเกม ก็เต็มพิกัดสมบูรณ์แบบ

เติมเต็มมัลติมีเดียอย่างเต็มพลังด้วยลำโพง JBL ระบบเสียง Dolby Home Theatre V4 ที่พร้อมระเบิดสุนทรียภาพแห่งความบันเทิงในการชมภาพยนตร์หรือเล่นเกมสุดมันส์

IdeaPad Y400 หน้าจอ LED ขนาด 14 นิ้ว เละ IdeaPad Y500 ขนาด 15.6 นิ้ว มาพร้อมกับหน่วยการประมวลผลสูงสุดเป็น Intel Core i7 พร้อมเทคโนโลยีNVIDIA GeForce GT650M 2GB สำหรับกราฟฟิกการ์ดแบบคู่ พร้อม RAM DDR3 8GB และ HHD ความจุ 1TB ดีไซน์สะดุดตากับการออกแบบด้วยวัสดุคาร์บอน และ คีย์บอร์ดแบบ AccuType ที่โดดเด่นด้วยปุ่มกดไฟ Backlit สีแดงบนพื้นดำสุดเท่ห์

ที่สุดแห่งดีไซน์อันโดดเด่น

โน๊ตบุ๊ค IdeaPad Z400 จอ LED ขนาด 14 นิ้ว และ IdeaPad Z500 ขนาด 15.6 นิ้ว ให้คุณพกพาความบันเทิงไปได้ทุกที่ ด้วยดีไซน์ที่บางขึ้นถึง 25% แต่ยังทรงพลังในด้านการประมวลผลและกราฟฟิก พร้อมเพิ่มอรรถรสด้วยระบบเสียงที่ดังกระหึ่มจาก Dolby Home Theatre V4 และฟีเจอร์ DVD Blu-Ray ให้ห้คุณสัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงอย่างสมบูรณ์แบบ รับชมภาพยนตร์สุดโปรดที่คมทั้งภาพและเสียงได้อย่างจุใจ รวมถึงเพลิดเพลินไปกับการสนทนาผ่านเว็บแคมด้วยกล้องที่มีความละเอียดกว่า 720p HD.

มาพร้อมพลังการประมวลผลสูงสุดเป็น Intel 3rd Generation Core i7 ใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมประสิทธิภาพประหยัดพลังงานได้ดียิ่งขึ้น พร้อมประสิทธิภาพในการทำงานได้รวดเร็ว อาทิ กราฟฟิกการ์ด NVIDIA GeForce GT645M และฟีเจอร์สุดล้ำ Touchpad รวมถึงการเชื่อมต่อ Lenovo Cloud เพื่อการจัดเก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดย IdeaPad ตระกูล Z ใหม่ล่าสุด มาพร้อมดีไซน์สีสันที่หลากหลายเพื่อบ่งบอกสไตส์คุณได้อย่างครบรส ไม่ว่าจะเป็น สีฟ้า Coral Blue สีน้ำตาล Dark Chocolate สำหรับ IdeaPad Z400 และ สีชมพู Peony Pink และสีขาว Enamel White สำหรับ IdeaPad Z500

ราคาและการวางจำหน่าย

IdeaPad Y400 วางจำหน่ายแล้วในราคาเริ่มต้นที่ 29,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

IdeaPad Y500 วางจำหน่ายแล้วในราคาเริ่มต้นที่ 39,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

IdeaPad Z400 และ IdeaPad Z500 วางจำหน่ายแล้วในราคาเริ่มต้นที่ 22,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

 

สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ได้ผ่านตัวแทนผลิตภัณฑ์เลอโนโว หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ เลอโนโว คอลล์ เซ็นเตอร์ โทร. 1800-060-087 ติดตามข่าวสารล่าสุดและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของเลอโนโวได้ที่เว็บไซต์ Lenovo Thailand (http://www.lenovo.com/th/en/) หรือ สมัครได้ที่ Lenovo RSS Feeds (http://news.lenovo.com/) หรือติดตามผ่าน Facebook (http://www.facebook.com/lenovo.lover)

เวียดนามก้าวไปอีกขั้นในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่อความบันเทิง แล้วไทยล่ะ?

ขณะที่คนไทยกำลังเห่อกับตุ๊กตาหุ่นยนต์เฟอร์บี้ (FURBY) ประเทศเพื่อนบ้านของเรากำลังก้าวไปอีกขั้น เมื่อในงาน CES ที่ผ่านมา (งานแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยในปี 2013 นั้น จัดขึ้นที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา) เป็นครั้งที่ 2 บริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ TOSY (http://www.tosy.com) ของเวียดนาม ได้ทำการแสดงผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทสองชนิด ซึ่งจะทำการวางจำหน่ายภายในปี 2013 ได้แก่ mRobo และ DiscoRobo

Image

ในบูธหมายเลข 400m2 TOSY Robot ได้ทำการนำเสนอหุ่นยนต์ที่มีประสิทธิภาพเยี่ยม 2 ตัว (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง mRobo) ทั้งนี้คงต้องขอบคุณการพัฒนาด้านรูปลักษณ์และระบบปฏิบัติการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทำให้ mRobo สามารถสะกดผู้ชมได้ ด้วยความสามารถในการกระโดดและเคลื่อนที่อย่างลื่นไหล

ใน CES 2012 ที่ผ่านมา mRobo อาจได้รับความสนใจจากการนำเสนอของนักร้องเพลงป๊อปชื่อดังอย่างจัสติน บีเบอร์ ทว่าในปีนี้ mRobo ก็กลายมาเป็นจุดสนใจได้ด้วยตนเอง เมื่อการแสดงของมันเป็นที่สนใจของผู้เข้าชมงานหลายร้อยคน ผู้ชมต่างก็ยกกล้องขึ้นมาบันทึกการแสดงของมัน และอีกหลายคนก็ไม่ลังเลที่จะเต้นไปกับมัน เมื่อเพลงยอดนิยมอย่าง Gangnam Style หรือ Sexy and I know it ดังขึ้นมาในบูทของ TOSY

Stephen Morrow รองประธานของ Hyperlync Technologies กล่าวว่า “ยังไม่เคยเห็นหุ่นยนต์ที่ไหน เต้นได้น่าทึ่งเท่า mRobo มาก่อน ผมแวะเข้าไปที่บูทของ TOSY ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง เพื่อชมการแสดงนี้ แต่ก็ไม่มีเบื่อเลย สนุกมาก ผมเชื่อเลยว่า เมื่อไรก็ตามที่หุ่นตัวนี้วางขายในท้องตลาด mRobo จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และจะเป็นสินค้าที่ร้อนแรงที่สุดตัวหนึ่งของปีนี้”

แล้วประเทศไทยของเราล่ะครับ จะก้าวไปในทิศทางไหนในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ หรือจะบ้าตุ๊กตาเฟอร์บี้กันต่อไป

CAT ปรับโครงสร้างตลาดร่วมพันธมิตร สร้างฐานความแข็งแกร่งธุรกิจระหว่างประเทศ

CAT พร้อมบุกตลาดอาเซียน ปรับกลยุทธ์ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมระหว่างประเทศ สร้างความยืดหยุ่น กระตุ้น Demand โดยปรับโครงสร้างตลาดสำหรับการเจรจาทางการค้ากับกลุ่มผู้ประกอบการพันธมิตรในธุรกิจสู่รูปแบบ Supply Model สอดรับแนวทางธุรกิจ แบบการค้าเสรีในภูมิภาค

จากประสบการณ์ในธุรกิจกว่า 30 ปี  ซึ่งทำให้ CAT ยังคงเป็นผู้ให้บริการหลักและเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดสื่อสารโทรคมนาคมของไทย และได้มีส่วนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ควบคู่ไปกับการเติบโต/พัฒนาของสังคมไทยมาโดยตลอด  ซึ่งเป็นที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับการให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ร่วมกับผู้ให้บริการชั้นนำในต่างประเทศทั่วโลก   ซึ่งขณะนี้ CAT ได้มีการปรับรูปแบบทางธุรกิจ (Business Transformation)  เพื่อรองรับตลาดใหม่ในอนาคตได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น  โดยเน้นการพัฒนาร่วมไปกับพันธมิตรในธุรกิจเพื่อลดความรุนแรงทางการแข่งขัน  เน้นการทำธุรกิจขายส่ง (Wholesale Business) ให้แก่พันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ   ซึ่งจะทำให้เกิดการเติบโตของตลาดอย่างก้าวกระโดด ส่งผลดีต่อผู้ใช้บริการทั้งในแง่ของราคาและความหลากหลาย

และเพื่อเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์กับกลุ่มพันธมิตรในธุรกิจให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น  CAT ได้ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดประชุมนานาชาติผู้ประกอบการสื่อสารโทรคมนาคมในภูมิภาคเอเซียในหลายรายการ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดประชุมที่จัดขึ้นในประเทศไทย โดยเริ่มรายการแรกในปีนี้กับการจัดประชุม  Carriers World Asia 2013  ระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคม ณ โรงแรมดุสิตธานี  ซึ่งได้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่สองในเมืองไทย จากผลความสำเร็จที่มีกลุ่มผู้ประกอบการในระดับภูมิภาคเอเชีย และจากทั่วโลกเข้าร่วมประชุม เป็นจำนวนมากในการจัดงานครั้งแรกในประเทศไทยปีที่แล้ว   ซึ่งปีนี้ทีมงานพร้อมผู้บริหารของ CAT จะได้เข้าร่วมกิจกรรมและการประชุมเพื่อหารือแนวทางการพัฒนา / สร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมในระดับภูมิภาคร่วมกัน    พร้อมการบรรยายในเนื้อหาที่น่าสนใจจากผู้บริหาร  CAT หัวข้อ “Telecom business transformation in  ASEAN”  อีกด้วย

Carriers World logo_eDM

 

 

 

ฟูจิ ซีร็อกซ์ จัดงาน DocuWorld 2013 โชว์ผลิตภัณฑ์และ ตอกย้ำผู้นำโซลูชั่นงานเอกสาร

คณะผู้บริหารของฟูจิ ซีร็อกซ์(ประเทศไทย)

ฟูจิ ซีร็อกซ์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดิจิตอลมัลติฟังก์ชั่นสี และโซลูชั่นด้านงานเอกสาร  นำ 12 โซลูชั่นใหม่ โชว์ในงาน  DocuWorld  2013 ภายใต้แนวคิด “Fuji Xerox Innovative Solution”  ที่นำนวัตกรรมโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของ ฟูจิ  ซีร็อกซ์ มาให้ผู้ร่วมชมงานได้สัมผัสและทดลองใช้จริง เหมาะกับกลุ่มธุรกิจที่มุ่งลดค่าใช้จ่าย และต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านเอกสาร พร้อมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  ภายในงาน DocuWorld 2013 แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนงานสัมมนา ส่วนการแสดงโซลูชั่นและนวัตกรรม และ ส่วนการแสดงผลิตภัณฑ์

ไฮไลต์ของงาน  DocuWorld  2013  คือ การสาธิต 3 โซลูชั่นที่เหมาะกับการแก้ปัญหา เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สร้างความปลอดภัยให้ระบบเอกสารในสำนักงาน ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ลดการใช้พลังงานและกระดาษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือ Cloud Service Solution ,Business Process Solution และ Drawing Management Solution  รวมถึงงานสัมมนาในประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจ โดยวิทยากรชื่อดัง รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์  ผอ.เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับหัวข้อ “ทิศทางและแนวโน้มเทคโนโลยี Cloud ในประเทศไทย”

ปัจจุบัน ฟูจิ ซีร็อกซ์ เป็นหนึ่งในผู้นำในตลาดเครื่องดิจิตอลมัลติฟังก์ชั่นสี และมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่งในเครื่องพิมพ์ดิจิตอลสำหรับธุรกิจสิ่งพิมพ์ ซึ่งในปีนี้ ฟูจิ ซีร็อกซ์ มีแผนที่ลงทุนทั้งด้านการตลาด และการทำวิจัยเพื่อพัฒนาโซลูชั่นต่างๆ รวมทั้งขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

 

Eworld Mobi สำหรับ iOS (iPhone, iPod, iPad) พร้อมให้โหลดฟรีแล้ว

Eworld Mobi เป็นแอพบนสมาร์ตโฟนที่จะนำข่าวสารในวงการไอทีป้อนเข้าสู่สมาร์ตโฟนของคุณได้ อย่างรวดเร็ว ทั้งข่าวเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ใหม่ บทความที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Eworld นอกจากนี้ ยังมีปฏิทินของงานแสดงสินค้า งานสัมนา งานประชุมวิชาการต่างๆ รวมอยู่ในที่เดียว คือ แอพพลิเคชั่น Eworld Mobi นี้

Eworld Mobi เปิดให้ดาวน์โหลดได้ “ฟรี” ทั้งเวอร์ชันสำหรับ Android (ซึ่งเปิดตัวไม่ก่อนหน้านี้แล้ว) และล่าสุด คือ บน iOS เพียงสแกน QR Code นี้

Eworld mobi (iOS)

ซิสโก้จัดงาน Cisco Innovate 2013

ARR_7343

ซิสโก้จัดงาน Cisco Innovate 2013 ที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปีนี้ พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าและคู่ค้าทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกล่าสุดเกี่ยวกับแนวโน้มเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที) ล่าสุดสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็น การเงินการธนาคาร อุตสาหกรรมการผลิต เซอร์วิสโพรวายเดอร์ ภาครัฐ รีเทล ฯลฯ และสมาร์ทโซลูชั่นที่จะช่วยให้องค์กรปฏิรูปธุรกิจ (Business Transformation) อย่างได้ผลโดยมีการนำเสนอ Best Practices (แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด) จากนักวิเคราะห์ของไอดีซีและการ์ทเนอร์

งานนี้เป็นงานโชว์โซลูชั่นตลอดทั้งวันภายใต้แนวคิด ‘Tomorrow Starts Here: Connect the Unconnected’ ที่เพลนนารีฮอลล์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอนด์ บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ วันที่ 1 มีนาคม 2556 ทั้งนี้งาน Cisco Innovate เริ่มจัดเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2555 และมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คนจากประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคอาเซียน

ดร. ธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของซิสโก้ กล่าวว่า “เรารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงาน Cisco Innovate 2013 ในครั้งนี้ ซิสโก้ประเมินว่ายังคงมีสิ่งต่างๆมากมาย (Physical Objects) อีกราว 99.4 เปอร์เซ็นต์ที่ยังไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่าย นั่นหมายความว่ามีสิ่งของเพียงแค่ 10,000 ล้านชิ้นเท่านั้นที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย จากทั้งหมดที่มีอยู่ทั่วโลกราว 1.5 ล้านล้านชิ้น และเมื่อมองถึงระดับบุคคล มีวัตถุที่เชื่อมต่อเครือข่ายรอบๆตัวเราประมาณ 200 ชิ้นต่อคนในปัจจุบัน ข้อเท็จจริงเหล่านี้เน้นย้ำถึงศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ของ Connecting the Unconnected ที่กำลังจะเกิดขึ้น”

“โลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง รูปแบบการทำงานของเราในอีกสองสามปีข้างหน้าจะแตกต่างอย่างมากจากรูปแบบการทำงานในปัจจุบัน โดยระบบคลาวด์จะเป็นศูนย์กลางของกระบวนการทำงานภายในองค์กรและการบริหารจัดการ ขณะที่พนักงานใช้แอพพลิเคชั่นบนระบบคลาวด์ผ่านอุปกรณ์พกพาที่หลากหลาย เนื่องจากประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เป็นอันดับที่ 12 ของโลก และเป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ราว 25% ของตลาดโลก ดังนั้นจึงมีศักยภาพสูงมากสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตในการเพิ่มมูลค่าจากเครือข่ายอัจฉริยะซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับทุกหน่วยงานในการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ส่วนของการติดต่อกับลูกค้าไปจนถึงการดูแลบุคลากร เรากำลังพัฒนาไปสู่โลกที่มีการเชื่อมต่อเพิ่มมากขึ้น ทั้งในส่วนของบุคคล กระบวนการ ข้อมูล และสิ่งต่างๆ ซึ่งจะเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้าด้วยกัน หรือที่เรียกว่า “Internet of Everything” โดยสะท้อนความเป็นจริงที่ว่าการสร้างมูลค่าทางธุรกิจจำเป็นต้องอาศัยพลังของการเชื่อมต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการสร้างสรรค์จากการเชื่อมต่อดังกล่าว” ดร. ธัชพล กล่าวเพิ่มเติม