September 25, 2022

News

อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง เสริมระบบไอทีเพื่อการขยายตัวทางธุรกิจอย่างมั่นคง

ทุกย่างก้าวสู่ความสำเร็จตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ไม่ได้มีเพียงหัวใจที่มุ่งมั่นและบุคลากรชั้นหัวกระทิในแต่ละศาสตร์และศิลป์เท่านั้น หากแต่การค้นคว้าวิจัยเพื่อเลือกสรรเทคโนโลยีใหม่ๆ และการนำเทคโนโลยีสารสนเทศหลากหลายรูปแบบมาประยุกต์ใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ

 

“แม้จะไม่ใช่ส่วนที่สำคัญที่สุดแต่ระบบไอทีก็เป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ในการขับเคลื่อนธุรกิจของกลุ่มบริษัทอมรินทร์ฯ เราให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง” คุณสุชาติ พงศ์ดำรง ผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราคัดสรรเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ และตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจอย่างแท้จริง รวมถึงต้องคุ้มค่ากับการลงทุนด้วย”

001
คุณสุชาติ พงศ์ดำรง ผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) รักษาการ ผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศบริษัท อมรินทร์เทเลวิชั่น จำกัด

 

รองรับการขยายตัวอย่างมั่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัยและการเก็บ log

ด้วยแนวโน้มการดำเนินธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ยุคใหม่ ที่มุ่งนำเสนอทุกอรรถรสและความรื่นรมย์ของเนื้อหาสาระที่หลากหลายส่งผ่านสู่ทุกช่องทางของการเผยแพร่แห่งโลกยุคดิจิตอล ทำให้ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของธุรกิจสำนักพิมพ์และดิจิตอลทีวีภายใต้การดูแลของคุณสุชาติต้องพบกับความท้าทายใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นทราฟฟิกบนระบบเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด พร้อมๆ ไลฟ์สไตล์การทำงานแบบโมบาย และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลทำให้เครืออมรินทร์ต้องมีการอัพเกรดระบบรักษาความปลอดภัยการเก็บ log อีกครั้ง

 

อัพเกรดระบบรักษาความปลอดภัย

เพื่อรองรับการขยายตัวการนำอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอย่างไฟร์วอลล์มารักษา ความปลอดภัยระบบไอทีของธุรกิจสำนักพิมพ์และดิจิตอลทีวีนั้น เครืออมรินทร์ให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยระบบไอทีมาตลอด โดยในระยะแรกเริ่มต้นด้วยการใช้งานอุปกรณ์

 

006

FortiAnalyzer อุปกรณ์ที่ให้มากกว่าการเก็บ log

นอกเหนือจากการรักษาความปลอดภัยระบบไอที กลุ่มบริษัทอมรินทร์ฯ ยังได้นำอุปกรณ์เก็บ log อย่าง FortiAnalyzer มาใช้งานในองค์กรอีกด้วย ประโยชน์ที่กลุ่มบริษัทอมรินทร์ฯ ได้รับจากอุปกรณ์ FortiAnalyzer ไม่เพียงเป็นการเก็บข้อมูลการจราจรบนระบบเครือข่ายตาม พรบ. ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์เท่านั้น หากแต่คุณสุชาติได้ให้แนวคิดการใช้งานอุปกรณ์เก็บ log อย่างน่าสนใจกล่าวคือ FortiAnalyzer ข้อมูลที่ได้ยังช่วยให้ฝ่ายไอทีมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับวิเคราะห์และประเมินทิศทางการลงทุนด้านเทคโนโลยีในอนาคตได้อย่างถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

มุมมอง Fortinet กับพาร์ทเนอร์คนสำคัญ

Fortinet ได้เปิดทำการในประเทศไทยมากกว่า 10 ปี และมีพาร์ทเนอร์หลายรายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันสินค้าภายใต้แบรนด์ Fortinet จึงทำให้ยอดขายเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทย ซึ่ง บริษัท เคมิท กรุ๊ป จำกัด เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันทั้งในส่วนของแผนงานทั้งในด้านการขาย การตลาด และด้านเทคนิคอย่างจริงจัง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ทาง Fortinet ให้ความไว้วางใจเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาวงการ IT Security ภายใต้แบรนด์คุณภาพของเรา

002
คุณวิทยา จูงหัตถการสาธิต Channel Director Fortinet International Inc

 

ความวางใจในผู้ให้บริการ บริษัท เคมิท กรุ๊ป จำกัด

นอกเหนือจากประสิทธิภาพที่วางใจได้ของอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยและการเก็บ log จาก Fortinet แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ฝ่ายไอทีของกลุ่มบริษัทอมรินทร์ฯ ให้ความสำคัญก็คือ บริษัทผู้จัดหาและติดตั้งระบบ ซึ่งจากการทำงานร่วมกันตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เครืออมรินทร์จึงวางใจให้ บริษัท เคมิท กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยและเก็บ log ให้ “ด้วยความใส่ใจในการให้บริการ มีความกระตือรือร้นมีความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา และตอบสนองต่อความต้องการด้านไอทีของกลุ่มบริษัทอมรินทร์ฯ เสมือนหนึ่งว่าเป็นธุรกิจของตัวเอง ทำให้เรามีความไว้วางใจให้ เคมิท กรุ๊ป เข้ามาติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยและการเก็บ log ด้วยอุปกรณ์จาก Fortinet” คุณสุชาติกล่าวคุณสุชาติกล่าวทิ้งท้ายว่า การลงทุนด้านไอทีของกลุ่มบริษัทอมรินทร์ฯ จะต้องสอดคล้องและเกิดสมดุลกับความต้องการทางธุรกิจ และการคาดหวังผลกำไรขององค์กรขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความมั่นคงทางธุรกิจให้แก่ธุรกิจด้วยเช่นกัน

003
คุณสุชาติ พงศ์ดำรง ผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) รักษาการ ผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท อมรินทร์เทเลวิชั่น จำกัด (ขวา) คุณธีรวัฒน์ วงศ์ทาเครือ (กลาง) และ คุณฉัตรณรงค์ กุลมา (ซ้าย) ประธานและรองประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคมิท กรุ๊ป จำกัด

ติดต่อสอบถาม

KMIT GROUP CO., LTD.

333/105 Moo 4, Lak Si Plaza Building Tower 2 Floor 7 Kamphaeng Phet 6 Rd.,

Tarad Bang Khen, Lak Si, Bangkok 10210 Tel. 02-576-1304-5 Fax. 02-576-1306

WWW.KMIT-GROUP.COM E-Mail : sales@kmit-group.com

005

CAT จับมือ “อินฟอร์เมติกซ์ พลัส” เปิดแอพใหม่ ฝีมือคนไทย ผ่านเครือข่าย my

S__8626233

CAT  และ “อินฟอร์เมติกซ์ พลัส” ร่วมมือดัน  “Mozer Mobile Platform” แอพพลิเคชั่นระบบสื่อสารผลงานคนไทย  เจาะกลุ่มเป้าหมายหน่วยงานความมั่นคงภาครัฐและเอกชน  ชูจุดเด่นระบบสื่อสารปลอดภัย 

นายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานธุรกิจไร้สาย  บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)           หรือ CAT  และ นายสุวัฒน์ อินมุตโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟอร์เมติกซ์ พลัส จำกัด บริษัทลูกของ บริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ UPA  ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU)  ความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาแอพพลิเคชั่น “Mozer”  ระบบสื่อสารในรูปแบบ Mobile Application  บนแพลทฟอร์มโทรศัพท์ไร้สายของ my  ณ โรงแรมคอนราด  เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2559  ที่ผ่านมา

แอพพลิเคชั่น Mozer เป็นนวัตกรรมด้านระบบสื่อสารบนโมบายล์แพลทฟอร์ม  ที่เน้นจุดเด่นด้านความปลอดภัยของข้อมูลสำหรับตอบโจทย์หน่วยงานความมั่นคง  หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน  ที่ต้องการเครื่องมือสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ  เนื่องจากแอพพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นระบบปิดออกแบบเพื่อรองรับการบริหารจัดการตามโครงสร้างขององค์กร ป้องกันข้อมูลสำคัญ หรือข้อมูลที่เป็นความลับขององค์กรรั่วไหล สะดวกในการบริหารจัดการและรวบรวมจัดเก็บข้อมูลสำหรับภารกิจขององค์กร พร้อมทั้งฟีเจอร์เด่นๆ    ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพระบบการสื่อสารได้หลากหลาย  เช่น การถ่ายทอดสดผ่าน Smartphone   และใช้งานสื่อสารแบบวิทยุสื่อสาร(Trunked mobile) ได้ทั่วประเทศ  โดยเชื่อมต่อกับระบบวิทยุสื่อสารเดิมเครือข่าย VHF , CB ได้  รวมถึงฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น การกำหนดกลุ่มเพื่อการสื่อสารขององค์กร  ส่งข้อความ ข้อมูลมัลติมีเดีย ภาพ วีดีโอ สติ๊กเกอร์  โทรฟรีผ่านอินเตอร์เน็ต

“ปัจจุบันแอพพลิเคชั่นด้านการสื่อสารใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเนื่องจากการพัฒนาระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G และ 4G ซึ่งสัญญาณครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้เกิดความร่วมมือระหว่าง CAT และ บ.อินฟอร์เมติกซ์ พลัส  ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนโดยเฉพาะหน่วยงานความมั่นคงสามารถใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มความสามารถการสื่อสารที่หลากหลายในยุคดิจิทัล  ทดแทนการสื่อสารรูปแบบเดิม พร้อมกับลดค่าใช้จ่ายด้านซอฟท์แวร์ได้เกือบ 50 %    โดยเร็วๆนี้  CAT จะให้บริการระบบสื่อสารกลางด้วยแอพพลิเคชั่น Mozer  บน Mobile Platform ของ CAT ในการสำรวจประชามติของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  ที่มุ่งเน้นการสื่อสารที่มีความปลอดภัย และความมั่งคงทางข้อมูล ข่าวสารของประเทศ”  นายวิโรจน์ กล่าว

S__8626232

KMIT จับมือ HPE จัดงานสัมมนา “The Best HPE Solution 2016”

002

 

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เคมิท กรุ๊ป จำกัด ผู้วางระบบไอทีสายเลือดพระจอมเกล้า ร่วมมือกับบริษัท Hewlett Packard Enterprise จัดงานสัมมนาครั้งสำคัญ ภายใต้ชื่องาน “The Best HPE Solution 2016” ณ ห้อง Convention โรงแรม TK Palace แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
โดยในครั้งนี้ HPE ได้นำโซลูชั่นไอทีระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ล่าสุดมาโชว์ให้ผู้ร่วมสัมมนาได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นโซลูชั่นเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ ระบบเครือข่ายทั้งแบบใช้สายและไร้สาย รวมถึงโซลูชั่นอุปกรณ์เก็บข้อมูลระดับเอ็นเตอร์ไพรส์จาก HPE

 

004

โดยคุณธีรวัฒน์ วงศ์ทาเครือ ประธานกรรมการผู้จัดการบริษัท เคมิท กรุ๊ป จำกัด ขึ้นกล่าวเปิดงานพร้อมแนะนำรูปแบบการให้บริการและทีมงานส่วนต่างๆ ของ เคมิท กรุ๊ปให้ผู้ร่วมสัมมนาได้รู้จัก ขณะที่กิจกรรมต่างๆ ภายในงานประกอบด้วย การบรรยายเทคโนโลยีต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญของ HPE สัมมนา 3 หัวข้อหลัก ได้แก่

  • The Engine for Idea Economy,
  • Say No Disk,Say Hi Flash
  • Digital Work Place

 

ส่วนกิจกรรมทางด้านล่าง ยังมีการสาธิตการทำงานของโซลูชั่นต่างๆ โดยทีมงานของ เคมิท กรุ๊ป และ HPE ผ่านการนำเสนอแบบเข้าถึงง่าย จำลองคุณสมบัติของแต่ละโซลูชั่นเน้นการนำไปใช้ได้จริงในธุรกิจ

 

031 5843 032

ท้ายงานยังมีการเล่นเกมตอบคำถามเพื่อหาผู้ชนะรับของรางวัลมากมาย และทิ้งท้ายช่วงท้ายงานกับรางวัลใหญ่ Lucky Draw แจกสร้อยคอทองคำ 2 รางวัล และบัตรกำนัลเงินสดให้กับผู้โชคดีที่มาร่วมงานอีกด้วย

อินเตอร์ลิ้งค์จัดงาน ‘INTERLINK THANK YOU PARTY 2016’ สุดอลังการ

บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำอันดับหนึ่งในธุรกิจสายสัญญาณสื่อสารคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดงาน ‘INTERLINK THANK YOU PARTY 2016’ เพื่อขอบคุณลูกค้าและสื่อมวลชน ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา โดยในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนานและอลังการภายใต้คอนเซ็ปต์ Carnival de INTERLINK

INTERLINK TK Party

นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)  กล่าวขอบคุณผู้มีอุปการคุณที่มาร่วมงาน พร้อมทั้งเปิดเผยว่า “เราเป็นบริษัทแรกที่ได้นำเทคโนโลยีสาย LAN เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ ที่ต้องการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศไทย กว่า 30 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เติบโตอย่างต่อเนื่องจวบจนถึงปัจจุบัน กลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ฯ มีบริษัทในเครือถึง 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ พาวเวอร์ แอนด์ เอนเนอยี่ จำกัด บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ ดาต้าเซ็นเตอร์ จำกัด และบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดผู้มีอุปการคุณทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นการจัดงานในวันนี้จึงเป็นความตั้งใจอย่างที่สุดของพวกเราชาวอินเตอร์ลิ้งค์ฯ ที่จะมอบสิ่งดีๆ และความสุขสุดพิเศษ ให้สมกับที่ทุกท่านให้ความอุปการคุณพวกเรามาโดยตลอด”

คุณสมบัติกล่าวขอบคุณ

INTERLINK THANK YOU PARTY นับเป็นงานยิ่งใหญ่ที่ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ดึงศิลปินระดับแนวหน้ามาสร้างความสนุกสนานแก่แขกที่เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน  ในมินิคอนเสิร์ตแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น หญิงลี ศรีจุมพล ชมพู ฟรุ้ตตี้ ต้อม เรนโบว์ กุ้ง ตวงสิทธิ์ และ อ.กิต The voice พร้อมรับประทานอาหารดินเนอร์สุดพิเศษ นอกจากนี้ ยังมีโชว์หน้างานสุดตระการตา ‘เฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี’ กับการแสดงสี่ภาค ขบวนคาร์นิวัลแบบไทยๆ ปิดท้ายด้วยการแจกทองคำ 30 เส้น ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

ชมพู ฟรุ้ตตี้-กุ้ง ตวงสิทธิ์-ต้อม เรนโบว์ อ.กิต The Voice มินิคอนเสิร์ต หญิงลี 2

อินเตอร์ลิ้งค์เปิดตลาดเวียดนาม ขยายฐานลูกค้าอาเซียน

บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำอันดับหนึ่งในธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณคอมพิวเตอร์และสื่อสารโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในแถบเอเชียแปซิฟิก เดินหน้าลุยตลาดประเทศเวียดนาม จัดงาน “LINK Grand Opening in Vietnam” ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าเพิ่ม เน้นย้ำสินค้าคุณภาพ ราคาถูกกว่า และบริการที่ดีกว่า

คุณสมบัติ อนันตรัมพร
คุณสมบัติ อนันตรัมพร

จากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนตั้งแต่ปี 2559 เป็นโอกาสในการขยายช่องทางในต่างประเทศเพิ่มเติม หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี ซึ่งมีอัตราการขยายตัวของธุรกิจเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปีนี้บริษัทให้ความสำคัญกับการทำตลาด CLMV คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม เนื่องจากประเทศเหล่านี้กำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนาระบบโทรคมนาคมให้ทันสมัย อีกทั้งมีภาพรวมเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่องอีกด้วย

 

โดยล่าสุด คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) นำทีมเดินทางไปเปิดตัวแบรนด์ LINK ผู้นำระบบสายสัญญาณ มาตรฐานอเมริกา ในประเทศเวียดนาม กับงาน “LINK Grand Opening in Vietnam” ซึ่งได้รับการตอบรับจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศเวียดนามเป็นอย่างดี โดยได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นสาย LAN (UTP), สาย FIBER OPTIC, สาย CCTV, สาย TELEPHONE, MEDIA & VIDEO CONVERTER และตู้ RACK

ตัวแทนจำหน่าย 3 ตัวแทนจำหน่าย 2 ตัวแทนจำหน่าย 1

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของเราเดินทางมาบรรยายอัพเดตความรู้และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านสายสัญญาณ ในหัวข้อ “Cabling Innovation for the Future” เพื่อการเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมและก้าวทันนวัตกรรมที่มีในปัจจุบันอีกด้วย

ถ่ายภาพร่วมกัน บรรยากาศสัมมนา

Sophos Email Appliance ได้เพิ่มเทคโนโลยี Sandbox แบบ Next-Gen!

Sophos_logo

Sophos แถลงข่าวว่าผลิตภัณฑ์ Sophos Email Appliance ในปัจจุบันได้เพิ่มฟีเจอร์ Sophos Sandstorm ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแซนด์บ็อกซ์แบบ Next-Gen ที่ล้ำสมัย ทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำทั้งด้านการตรวจจับ ปิดกั้น และตอบสนองต่ออันตรายทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด

Sophos Sandstorm เป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ป้องกันอันตรายต่อเนื่องขั้นสูง (APT) และมัลแวร์แบบ Zero-day ซึ่งการรับมือกับอันตรายที่พุ่งเป้าไปยังบัญชีอีเมลบนแพลตฟอร์มและอุปกรณ์พกพาได้หลากหลายนั้น องค์กรจำเป็นต้องใช้ระบบป้องกันที่ไม่พึ่งพาข้อมูล Signature ด้วยนอกเหนือจากระบบป้องกันมัลแวร์ปกติ ปัจจุบันอันตรายต่างๆ ถูกออกแบบให้มีพฤติกรรม “ไม่โดดเด่น และค่อยๆ ทำงานอย่างช้าๆ” เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ โดยเฉพาะการใช้เทคนิคพรางตัวและเปลี่ยนรูปลักษณ์ตัวเองตลอดเพื่อชะลอการถูกตรวจสอบ นอกจากนี้อาชญากรไซเบอร์ปัจจุบันยังจู่โจมเชิงรุกด้วยการเจาะจงเป้าหมาย ค้นคว้า และทะลวงระบบความปลอดภัยแต่ละระบบขององค์กรโดยเฉพาะ ด้วยการส่งมัลแวร์เป็นไฟล์แนบไปกับอีเมลที่พรางตัวเหมือนปกติได้อย่างแนบเนียน แต่ด้วย Sophos Sandstorm ที่ใช้เทคโนโลยีบนคลาวด์ที่ทรงพลัง ทำให้จำกัดบริเวณและระบุอันตรายเหล่านี้ได้ก่อนเข้าสู่เครือข่ายของธุรกิจ รวมทั้งสามารถทำรายงานอย่างละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมอันตราย รวมทั้งดำเนินการสืบสวนและดำเนินการต่อเนื่องได้เมื่อได้รับการร้องขอจากผู้จัดการฝ่ายไอที

sophos-sandstorm

“Sophos Sandstorm ได้รวมเอาการปกป้อง ตรวจจับ และสืบสวนมาไว้ในโซลูชั่นเดียวเพื่อป้องกันอาชญากรไซเบอร์ที่หันมาใช้เทคนิคทางจิตวิทยาหรือ Social-Engineering ร่วมกับมัลแวร์ตัวใหม่ล่าสุดที่ยังไม่เคยถูกตรวจพบมาก่อนมาใช้บุกรุกเครือข่ายของบริษัท” ไบรอัน บาร์นีย์ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปของ Sophos Network Security Group กล่าว “การกีดกั้นอันตรายให้ห่างออกจากเครือข่ายถือเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญของการรักษาความปลอดภัย ซึ่ง Sophos Sandstorm จะจำกัดบริเวณไฟล์ออกจากเครือข่ายโดยอัตโนมัติเพื่อตรวจสอบว่าไฟล์ดังกล่าวปลอดภัยหรือไม่ ให้การตรวจจับและป้องกันในทันทีขึ้นอีกระดับ แม้ว่าเทคโนโลยีชั้นสูงมักราคาแพงและต้องการความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมในการติดตั้งและดูแล แต่ Sophos ได้เปลี่ยนความคิดเหล่านี้โดยให้ธุรกิจทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่ราคาเหมาะสม และติดตั้งได้ง่าย”

 

Sophos Sandstorm สามารถตรวจจับพฤติกรรมอันตรายบนระบบปฏิบัติการหลากหลาย ได้แก่ วินโดวส์ แมค และ
แอนดรอยด์ ทั้งบนโฮสต์แบบกายภาพและเวอร์ชวลบนเครือข่าย เว็บเมล ไม่ว่าเป็นเอกสารไฟล์เวิร์ดหรือ PDF รวมทั้งไฟล์อื่นอีกกว่า 20 ประเภท แอพบนอุปกรณ์พกพา และอื่นๆ อีกมากมาย Sophos Sandstorm มีให้เลือกใช้ในรูปออปชั่นของ Subscroption ใน Sophos Email Appliance 4.0

 

นอกจากนี้ Sophos Sandstorm ยังมีในรูปออปชั่นเสริมสำหรับ Sophos Web Appliance ซึ่งเป็นโซลูชั่นการปกป้องบนเว็บขั้นสูง ที่สแกนเนื้อหาบนเว็บและบล็อกอันตรายบนเว็บตัวล่าสุดได้ อีกทั้งลูกค้ายังสามารถเลือกออปชั่นในการเพิ่ม Sophos Sandstorm ลงใน Sophos UTM 9.4 ที่เป็นโซลูชั่นไฟร์วอลล์ครบวงจรที่ยังอยู่ในรุ่นเบต้าได้อีกด้วย

สัมภาษณ์คุณศิวัจน์ โรจนเต็มศักดิ์ กับภาพรวมและแนวโน้มธุรกิจ Zebra Technologies

วันนี้มาฟังคุณศิวัจน์ โรจนเต็มศักดิ์ ผู้บริหารระดับสูง จากทาง Zebra Technologies พูดถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังจะลุยตลาดทั้ง Retail, Manufacturing ฯลฯ พร้อมทั้งแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ TC8000

ล่าสุดตลาดในกลุ่มที่ Zebra Technologies สามารถมีรายรับของปีที่แล้วอยู่ที่ประมาณ 3.6 พันล้านดอลลาร์ และหากแยกออกมาเฉพาะในโซนของ APAC สามารถสร้างรายได้ประมาณ 13% จากยอดรวมทั้งหมด ซึ่งเรียกได้ว่าน่าพอใจเลยทีเดียว

เมโทรซิสเต็มส์จัดงานประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่ 21/2559

บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดงานประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่ 21/2559 เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2559 ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร G ชั้น 2 สำนักงานใหญ่ โดยมีสาระสำคัญเป็นระเบียบวาระต่างๆ ให้ผู้ถือหุ้นรับทราบและพิจารณาอนุมัติMSC AGM 21_2559 re

ETDA เดินหน้าพัฒนากลไกการยืนยันตัวตนบนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Authentication)

r01 ETDA

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงไอซีที เดินหน้าเตรียมทดสอบให้บริการการยืนยันตัวตนบนอิเล็กทรอนิกส์     (e-Authentication) พร้อมการลงลายมือชื่อดิจิทัลบนเครือข่ายไร้สาย (Wireless Digital Signing) ภายในไตรมาส 3  ตามกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยในการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ภายในกลุ่มประเทศประชาคมอาเซียน (Intra-ASEAN Secure Transactions Framework) ภายใต้แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอาเซียน 2015 (ASEAN ICT Masterplan 2015) สนับสนุน             อีคอมเมิร์ซและการนำเข้า-ส่งออกตามการค้าเสรีในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า ตามแผนงานรัฐบาลต้องการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการใช้ดิจิทัลเข้ามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิต ธุรกิจการค้า-การลงทุน กระตุ้นการเติบโตของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นหลัก โดยกระทรวงได้มอบหมายให้เอ็ตด้า ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลงานด้านการพัฒนา Soft Infrastructure เป็นแกนหลักสำคัญในการสร้างและพัฒนารากฐาน ตลอดจนกลไกด้านความมั่นคงปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้กับหน่วยงาน องค์กร และประชาชน ทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

r02 ETDA

“ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล การบริหารจัดการ หรือการดูแลระบบโครงสร้างหลังบ้าน หรือที่เรียกว่า Soft Infrastructure ถือเป็นหัวใจหลักในการช่วยให้การทำงาน การขยายการเติบโตของทั้งเศรษฐกิจ และธุรกิจเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งนี่คือพันธกิจของเอ็ตด้าที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงฯ ในกรณีของการสร้างรากฐานด้านความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เอ็ตด้ายังเป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนโครงการผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย หรือ Thailand NRCA ซึ่งสำคัญต่อการยืนยันตัวตนบนออนไลน์            (e-Authentication) ตามกรอบแนวทางการยืนยันตัวตน Intra-ASEAN Secure Transactions Framework เพื่อการเชื่อมต่อและการทำการค้าตลอดจนธุรกรรมต่างๆ บนอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจอาเซียน ภายใต้แผนแม่บท ASEAN ICT Masterplan 2015 เพื่อประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสูงสุด นอกเหนือจากนั้น เอ็ตด้ายังช่วยดูแลงานด้านมาตรฐานเพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบ และงานด้านไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ ไปจนถึงด้านข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy) เพื่อการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในการทำธุรกรรมอีกด้วย” ดร.พันธ์ศักดิ์ กล่าว


สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กล่าวว่า  เอ็ตด้าในฐานะผู้ดูแลการพัฒนา Soft Infrastructure เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ เตรียมที่จะนำข้อกำหนดและกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยในการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ภายในกลุ่มประเทศประชาคมอาเซียน (Intra-ASEAN Secure Transactions Framework) เพื่อการยืนยันตัวตนบนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Authentication) มาเริ่มต้นใช้ และทดลองให้บริการในปี 2559 นี้

 

ทั้งนี้ e-Authentication คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญในการสร้างและยกระดับความน่าเชื่อถือ และความมั่นคงปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกรรมในระดับประชาชน องค์กรธุรกิจ อาทิ การค้าระหว่างประเทศ และการค้าออนไลน์ จนถึงธุรกรรมระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล ผ่านระบบ National Single Window ของประเทศที่เชื่อมต่อเข้าสู่ ASEAN Single Window ในระดับภูมิภาค โดยการพัฒนากลไกด้าน e-Authentication เกิดขึ้นตามข้อกำหนดขององค์กรการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) เพื่ออำนวยความสะดวก (Trade Facilitation) ในการนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ เพื่อยืนยันการมีตัวตนของบุคคล และองค์กรในการติดต่อ และทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือการก่อนิติสัมพันธ์ใดที่ก่อให้เกิดผลผูกพันทางกฎหมาย เพื่อความมั่นคงปลอดภัย และลดความเสี่ยงในการแอบอ้างตัวตนของบุคคล องค์กร หรือหน่วยงานใดๆ ในทางมิชอบ

 

“จากข้อมูลสถิติโดยหน่วยงาน ThaiCERT ในปี 2558 ภัยคุกคามจากการหลอกลวงบนไซเบอร์มีสูงถึง 1,100 กรณี หากเปรียบเทียบสถิติในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่าจำนวนภัยคุกคามต่างๆ เพิ่มขึ้นกว่า 150 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเมื่อความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นไล่ตามการเติบโตของการทำธุรกรรมบนอิเล็กทรอนิกส์เช่นนี้ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าตัวตนของบุคคล หรือหน่วยงานที่ติดต่อ และทำธุรกรรมด้วยบนออนไลน์ จะเป็นบุคคล หรือหน่วยงานนั้นๆ มีจริง ดังนั้น การยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Authentication จึงเป็นรากฐาน และกลไกที่สำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจดิจิทัล ในการสร้างการเติบโต และความเชื่อมั่นให้กับทั้งการทำธุรกิจระหว่างประเทศภายในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ทั้งในประเทศ และในภูมิภาค ” สุรางคณา กล่าว

r03 ETDA

จากข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยยังระบุการทำธุรกรรมการเงินบนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ปี 2557 มีมูลค่าสูงถึง 825,000 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน จากผลสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยของเอ็ตด้า มีมูลค่าสูงถึง      2.03 ล้านล้านบาท ในปี 2557 ซึ่งเป็นมูลค่าที่รวมทั้งมูลค่าขายจาก B2B , B2C และ B2G ซึ่งรวมไปถึงมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างออนไลน์ของหน่วยงานภาครัฐด้วย และในปี 2558 มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยยังมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2557 คิดเป็น 3.65 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการคาดการณ์ว่าตลาดอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคอาเซียน จะเติบโตและมีมูลค่าสูงถึง 34,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2561 ยิ่งทำให้ระบบการยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมบนออนไลน์ หรือ e-Authentication ทวีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

 

ในปี 2559 นี้ เอ็ตด้า เตรียมเปิดทดสอบให้บริการ “ระบบการยืนยันตัวตนกลาง” แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในขั้นต้นจะเริ่มเชื่อมต่อกับหน่วยงานด้านการส่งออกสินค้าสำคัญของประเทศ อาทิ หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตในการส่งออก ใบรับรองสินค้าต่างๆ เป็นกลุ่มแรก ซึ่งในส่วนนี้ ทางสพธอ. ได้เริ่มโครงการนำร่องในการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เป็นแกนกลางในการยืนยันตัวตนเพื่อ เชื่อมโยงผู้รับบริการเข้ากับผู้ให้บริการ (Service Provider) ผ่านทางออนไลน์ โดยมีกำหนดระยะเวลาในการทดสอบเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในปี 2560 และพร้อมที่ขยายไปยังสินค้าและอุตสาหกรรมอื่นที่มีศักยภาพต่อไป

 

พร้อมกันนั้น เอ็ตด้าเตรียมร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่าย และธนาคาร ในการนำ“ระบบการลงลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์” (Wireless Digital Signing) เข้ามาพัฒนาและทดสอบการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยผู้ใช้จะสามารถใช้มือถือเป็นอุปกรณ์ (token) ในการสร้างชุดรหัสเพื่อยืนยันการเข้าทำธุรกรรม และลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความปลอดภัยระดับสูงในการป้องกันการปลอมแปลงลายมือชื่อและการลักลอบขโมยหรือแก้ไขข้อมูลในเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ตามกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยในการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ภายในกลุ่มประเทศประชาคมอาเซียน (Intra-ASEAN Secure Transactions Framework) ภายใต้แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอาเซียน 2015 (ASEAN ICT Masterplan 2015)

 

สำหรับการพัฒนา e-Authentication นอกเหนือจากประเทศไทยแล้ว ประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอีก 9 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บรูไน กัมพูชา ลาว เวียดนาม และพม่า ก็จะเริ่มดำเนินการตามข้อกำหนดของกรอบการทำงานระหว่างกันต่อไป

KMIT GROUP ร่วมงาน Hewlett Packard Enterprise Partner Kickoff 2016

บริษัท เคมิท กรุ๊ป จำกัด นำโดยนายฉัตรณรงค์ กุลมา (กลาง) ประธานกรรมการผู้จัดการ และนายธีรวัฒน์ วงศ์ทาเครือ (ขวา) รองประธานกรรมการผู้จัดการ รับรางวัล “Silver Partner 2016” ซึ่ง ได้รับเกียรติจาก คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัทฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอนเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้มอบรางวัลในงาน “Hewlett Packard Enterprise Partner Kickoff 2016” ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

Hewlett Packard Enterprise Partner Kickoff 2016